Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 193

เล่ม มมร. 67 หน้า 193 ข้อ 252 253
จากความสงสัยทั้งหลาย พิจารณาดูความสิ้นไปแห่ง ตัณหาตลอดคืนและวันเถิด. [๒๕๒] (ท่านอุปสีวะทูลถามว่า) ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง ละสมาบัติ อื่น อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อมใจไปในสัญญา- วิโมกข์อย่างยิ่ง ผู้นั้นไม่มีความหวั่นไหว พึงดำรงอยู่ ในอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้นหรือหนอ. [๒๕๓] คำว่า สพฺเพสุ ในอุเทศว่า " สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค " ดังนี้ ความว่า ทั้งปวงโดยกำหนดทั้งปวง ทั้งปวงโดย ประการทั้งปวง ไม่เหลือไม่มีส่วนเหลือ. คำว่า สพฺเพสุ นี้ เป็นเครื่อง กล่าวรวม โดยหัวข้อว่า กาเมสุ. กามมี ๒ อย่าง คือ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑ ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า วัตถุกาม ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม. คำว่า ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง ความว่า ผู้ใด ปราศจากความกำหนัด คือ สละ คาย ปล่อย ละ สละคืน ข่มความ กำหนัดในกามทั้งปวง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ใดปราศจากความกำหนัด ในกามทั้งปวง. คำว่า อิติ ในอุเทศว่า อิจฺจายสฺมา อุปสีโว เป็นบทสนธิ. คำว่า อายสฺมา เป็นเครื่องกล่าวด้วยความรัก. คำว่า อุปสีโว เป็นชื่อ ฯ ล ฯ เป็นคำร้องเรียกของพราหมณ์นั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ท่านอุปสีวะ ทูลถามว่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka