ไม่ขัดเคือง ไม่หลง ไม่มัวหมอง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้นั้นไม่มี
ความหวั่นไหว พึงดำรงอยู่ในอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้นหรือหนอ
เพราะฉะนั้น พราหมณ์นั้นจึงกล่าวว่า
ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง ละสมาบัติ
อื่น อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อมใจไปในสัญญา-
วิโมกข์อย่างยิ่ง ผู้นั้นไม่มีความหวั่นไหว พึงดำรงอยู่ใน
อากิญจัญญายตนสมาบัตินั้นหรือหนอ.
[๒๕๗] (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนอุปสีวะ)
ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง สะสมาบัติ
อื่น อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อมใจไปในสัญญา-
วิโมกข์อย่างยิ่ง ผู้นั้นไม่มีความหวั่นไหว พึงดำรงอยู่ใน
สัญญาวิโมกข์นั้น.
[๒๕๘] คำว่า สพฺเพสุ ในอุเทศว่า " สพฺเพสุ กาเมสุ โย
วีตราโค " ดังนี้ ความว่า... ไม่มีส่วนเหลือ. คำว่า สพฺเพสุ นี้ เป็น
เครื่องกล่าวรวม.
โดยหัวข้อว่า กาเมสุ กามมี ๒ อย่าง คือ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑
ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า วัตถุกาม ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม.
คำว่า ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง ความว่า ผู้ใด
ปราศจากความกำหนัด... เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ใดปราศจากความ
กำหนัดในกามทั้งปวง.