Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 201

เล่ม มมร. 67 หน้า 201 ข้อ 272 273 274 275
เป็นพระมุนี โปรดตรัสบอกปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วย ดี พระองค์ทรงทราบธรรมนั้นแล้วแท้จริง. [๒๗๒] คำว่า มุนีนั้นเป็นผู้ดับไปแล้ว หรือมุนีนั้นย่อมไม่มี ความว่า มุนีนั้นเป็นผู้ดับไปแล้ว หรือว่ามุนีนั้นย่อมไม่มี คือ มุนีนั้นดับ แล้ว ขาดสูญแล้ว หายไปแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มุนีนั้นเป็นผู้ดับ ไปแล้ว หรือมุนีนั้นย่อมไม่มี. [๒๗๓] คำว่า หรือว่ามุนีนั้นเป็นผู้ไม่มีโรคด้วยความเป็นผู้เที่ยง ความว่า หรือว่ามุนีนั้นเป็นผู้ยั่งยืน คือ เป็นผู้เที่ยง ไม่มีความแปรปรวน เป็นธรรมดา พึงตั้งอยู่เที่ยงแท้ในอากิญจัญญายตนภพนั้นนั่นแหละ เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า หรือมุนีนั้นเป็นผู้ไม่มีโรคด้วยความเป็นผู้เที่ยง. [๒๗๔] คำว่า ตํ ในอุเทศว่า ตมฺเม มุนี สาธุ วิยากโรหิ ดังนี้ ความว่า ข้าพระองค์ย่อมทูลถาม ทูลขอ ทูลเชื้อเชิญ ทูลให้ทรงประสาท ปัญหาใด. ญาณ ท่านเรียกว่า โมนะ ในคำว่า มุนี ฯ ล ฯ มุนีนั้นล่วงแล้วซึ่ง ราคาทิธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเป็นดังว่าข่าย. คำว่า ขอพระองค์จงตรัสบอก ... ด้วยดี ความว่า ขอพระองค์จง ตรัสบอก ... ขอจงทรงประกาศด้วยดี เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ขอพระองค์ ผู้เป็นมุนีโปรดตรัสบอกปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยดี. [๒๗๕] คำว่า พระองค์ทรงทราบธรรมนั้นแล้วแท้จริง ความว่า พระองค์ทรงทราบ คือ ทรงรู้ ทรงเทียบเคียง ทรงพิจารณา ทรงให้ แจ่มแจ้ง ทรงให้ปรากฏแล้วแท้จริง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระองค์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka