Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 220

เล่ม มมร. 67 หน้า 220 ข้อ 300 301 302 303
พราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสเรียกพราหมณ์ นั้นโดยชื่อว่า นันทะ ในอุเทศว่า นนฺทาติ ภควา ดังนี้. คำว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯ ล ฯ. คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ตอบว่า ดูก่อนนันทะ. [๓๐๐] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยการเห็นและการฟัง บ้าง ความว่า ย่อมกล่าว ย่อมพูด ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ซึ่งความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความบริสุทธิ์ ความพ้น ความพ้น- วิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยการเห็นบ้าง. . . ด้วยการสดับบ้าง . . . ด้วยการ เห็นและสดับบ้าง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยการ เห็นและด้วยการสดับบ้าง. [๓๐๑] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยศีลและวัตรบ้าง ความว่า ย่อมกล่าว . . . ย่อมบัญญัติความหมดจด . . . ความพ้นรอบด้วย ศีลบ้าง . . . ด้วยวัตรบ้าง . . . ด้วยศีลและวัตรบ้าง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยศีลและวัตรบ้าง. [๓๐๒] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยมงคลหลายชนิด ความว่า ย่อมกล่าว . . . ย่อมบัญญัติด้วยมงคลคือวัตรและความตื่นข่าวมาก อย่าง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยมงคลหลายชนิด. [๓๐๓] คำว่า กิญฺจาปิ ในอุเทศว่า กิญฺจาปิ เต ตตฺถ ยตา จรนฺติ เป็นบทสนธิ เป็นบทเกี่ยวเนื่อง เป็นเครื่องทำบทให้เต็ม เป็น ความพร้อมเพรียงแห่งอักขระ. เป็นความสละสลวยแห่งพยัญชนะ. บทว่า กิญฺจาปิ นี้ เป็นไปตามลำดับบท. คำว่า เต คือ พวกสมณพราหมณ์ผู้มี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka