Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 243

เล่ม มมร. 67 หน้า 243 ข้อ 345
สงบแล้ว ถึงความสงบแล้ว ไหม้แล้ว ดับแล้ว ปราศจากไปแล้ว เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้เข้าไปสงบแล้ว. คำว่า เต คือ พระอรหันต- ขีณาสพทั้งหลาย. คำว่า ทุกสมัย คือ ทุกเมื่อ ในกาลทั้งปวง สิ้นกาลทั้งปวง สิ้นกาล เป็นนิตย์ กาลยั่งยืน เนือง ๆ ติดต่อ ไม่เจือกับเหตุอื่นสืบต่อโดยลำดับ เหมือนระลอกน้ำมิได้ว่างสืบต่อไม่ขาดสาย กาลมีประโยชน์ กาลที่ถูก ต้อง กาลเป็นปุเรภัต กาลเป็นปัจฉาภัต ยามต้น ยามกลาง ยามหลัง ข้างแรม ข้างขึ้น คราวฝน คราวหนาว คราวร้อน ตอนวัยต้น ตอน วัยกลาง ตอนวัยหลัง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระอรหันตขีณาสพเหล่านั้น เป็นผู้เข้าไปสงบแล้วทุกสมัย. [๓๔๕] ตัณหา ราคะ สาราคะ ฯ ล ฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล ท่านกล่าวว่า วิสัตติกา ในอุเทศว่า ติณฺณา โลเก วิสตฺติกํ ดังนี้. ตัณหา ชื่อว่า วิสัตติกา ในคำว่า วิสตฺติกํ เพราะอรรถว่ากระไร เพราะอรรถว่า ฯ ล ฯ แผ่ไป ซ่านไป ฉะนั้น จึงชื่อว่า วิสัตติกา. คำว่า ในโลก คือ ในอบายโลก มนุษยโลก เทวโลก ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก. คำว่า เป็นผู้ข้ามแล้ว. . .ในโลก ความว่า เป็นผู้ข้ามแล้ว คือ ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ก้าวล่วง ก้าวพ้น เป็นไปล่วงแล้ว ซึ่งตัณหาอันซ่าน ไปในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้ข้ามแล้วซึ่ง ตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลก เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าจึงตรัสว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka