Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 244

เล่ม มมร. 67 หน้า 244 ข้อ 345
พระอรหันตขีณาสพเหล่าใด รู้ทั่วถึงบทนิพพานนั้น แล้ว เป็นผู้มีสติ มีธรรมอันเห็นแล้ว ดับแล้ว พระ- อรหันตขีณาสพเหล่านั้น เป็นผู้เข้าไปสงบแล้วทุกสมัย เป็นผู้ข้ามแล้วซึ่งตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ใน โลก. พร้อมด้วยเวลาจบพระคาถา ฯ ล ฯ พระเหมกะนั่งประนมอัญชลี นมัสการพระผู้มีพระภาคเจ้าประกาศว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มี- พระภาคเจ้าเป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวกฉะนี้แล. จบเหมกมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๘ อรรถกถาเหมกมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยในเหมกสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้. บทว่า เยเม ปุพฺเพ วิยากํสุ ในกาลก่อนพวกอาจารย์เหล่านี้ พยากรณ์แล้ว คือในกาลก่อนพาวรีพราหมณ์เป็นต้นพยากรณ์ลัทธิของตน แก่ข้าพระองค์. บทว่า หุรํ โคตมสาสนา คือ ก่อนแต่ศาสนาของพระ- โคดม. บทว่า สพฺพนฺตํ ตกฺกวฑฺฒนํ คือ คำทั้งหมดนั้นเป็นเครื่องยัง ความวิตกมีกามวิตกเป็นต้นให้เจริญ. บทว่า เย จญฺเ ตสฺส อาจริยา พราหมณ์พวกอื่นและอาจารย์ ของพาวรีพราหมณ์ คือพราหมณ์พวกอื่นและอาจารย์ผู้ให้พาวรีพราหมณ์ นั้นศึกษาถึงมารยาท. บทว่า เต สกํ ทิฏฺึ คือ อาจารย์เหล่านั้นบอกถึง ทิฏฐิของตน ๆ. บทว่า สกํ ขนฺตึ คือ ความอดทนของตน. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka