Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 292

เล่ม มมร. 67 หน้า 292 ข้อ 412
สญฺสญฺิโน คือ มีความสำคัญในราคสัญญา. บทว่า น กาเม กาเมติ คือ ไม่ปรารถนาวัตถุกามมีรูปเป็นต้น. บทว่า อกาโม คือ เว้นจากกาม. บทว่า นิกฺกาโม คือ ออกจากกาม. บทว่า สพฺพญฺญุตาณํ พระพุทธเจ้า พระนามว่า สพฺพญฺญู เพราะทรงรู้ทางที่ควรแนะนำทั้งปวงให้ถึงความ เจริญ. ความเป็นแห่ง สัพพัญญู นั้น ชื่อว่า สพฺพญฺญุตา. ญาณคือ ความเป็นแห่งสัพพัญญู ชื่อว่า สพฺพญฺญุตาณํ. ดวงตาคือสัพพัญ- ญุตญาณและความเป็นผู้ชนะ เพราะยังกิเลสทั้งหลายพร้อมด้วยวาสนา ให้แพ้แล้วชนะ เกิดขึ้นแล้วในขณะเดียวกัน ในกาลเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง. ชื่อว่าเกิดขึ้นแล้ว เพราะถึงในเบื้องสูงจากส่วนสุดในเบื้องต้น. บทว่า เตชี เตชสา พระผู้มีพระภาคเจ้ามีเดช ทรงประกอบ ด้วยเดช คือทรงประกอบด้วยเดช ครอบงำด้วยเด. บทว่า ยมหํ วิชญฺํ ชาติชราย อชิธ วิปฺปหานํ โปรดตรัสบอกธรรมเครื่องละชาติชราในภพ นี้ที่ข้าพระองค์พึงทราบได้ คือข้าพระองค์พึงทราบธรรมเป็นเครื่องละชาติ และชราในภพนี้. บทว่า ชคติ คือ แผ่นดิน. บทว่า สพฺพํ อากาสคตํ คือ เลื่อนลอยแผ่ไปในอากาศทั่วไป. บทว่า ตมคตํ ความมืดนั่นแล ชื่อว่า ตมคตํ คือ ไปในความมืด เหมือนไปในคูถในมูตรฉะนั้น. บทว่า อภิวิหจฺจ เลื่ลนลอยไป คือหายไป. บทว่า อนฺธการํ วิธมิตฺวา กำจัดมืด คือทำลายความมืดอันห้ามการเกิดแห่งจักขุวิญญาณ. บทว่า อาโลกํ ทสฺสยิตฺวา คือ ส่องแสงสว่างของดวงอาทิตย์. บทว่า อากาเส คือ ในอากาศอันไม่รกชัฎ. บทว่า อนฺตลิกฺเข คือ ในอากาศอันว่างเปล่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka