Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 293

เล่ม มมร. 67 หน้า 293 ข้อ 412
ไม่สามารถจะขีดเขียนได้. บทว่า คมนปเถ เป็นทางเดิน คือไปในทาง เดินของพวกเทวดา. บทว่า สพฺพํ อภิสงฺขารสมุทยํ สมุทัยแห่งอภิสังขารทั้งปวง. คือสมุทัยแห่งกรรมทั้งสิ้น. อธิบายว่า ตัณหาทำให้เกิด. บทว่า กิเลสตมํ อวิชฺชนฺธการํ วิธมิตฺวา ทรงกำจัดความมืดคือกิเลส ความมืดคือ อวิชชา คือทรงนำความไม่รู้อันได้แก่ความมืดคือกิเลส ความมืดคืออวิชชาออกให้ พินาศไป แล้วทรงแสดงแสงสว่างคือพระญาณ แสงสว่างคือปัญญา. บทว่า วตฺถุกาเม ปริชานิตฺวา ทรงกำหนดรู้วัตถุกาม คือทรงรู้วัตถุกามมีรูป เป็นต้น ด้วยญาตปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการรู้) ติรณปริญญา (กำหนด รู้ด้วยการพิจารณา). บทว่า กิเลสกาเม ปหาย ทรงละกิเลสกาม คือ อันได้แก่ทำความเดือนร้อนด้วยปหานปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการละ). ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะตรัสบอกธรรมนั้นแก่ชตุกัณณี มาณพ จึงได้ตรัสคาถาต่อ ๆ ไป. ในบทเหล่านั้น บทว่า เนกฺขมฺมํ ทุฏฺฐุ เขมโต ท่านเห็นเนกขัมมะ โดยความเกษม คือเห็นนิพพานและปฏิปทาอันทำให้ถึงนิพพานว่า เป็น ความเกษม. บทว่า อุคฺคหิตํ คือ กิเลสเครื่องกังวลที่ท่านยึดไว้ด้วย อำนาจแห่งทิฏฐิ. บทว่า นิรตฺตํ วา คือ ควรสลัดเสีย. อธิบายว่า พึงปล่อยเสีย. บทว่า มา เต วิชฺชิตฺถ คือ อย่าได้มีแก่ท่านเลย. บทว่า กิญฺจนํ คือ เครื่องกังวลมีราคะเป็นต้น. กิเลสเครื่องกังวลแม้นั้นก็อย่าได้ มีแก่ท่านเลย. บทว่า มุญฺจิตพฺพํ คือ ควรปล่อยเสียไม่ควรยึดถืออีก. บทว่า ปชหิตพฺพํ ควรละ คือควรเว้น. บทว่า วิโนเทตพฺพํ ควรบรรเทา คือควรซัดไป. บทว่า พฺยนฺติกาตพฺพํ ควรทำให้สิ้นสุด คือควรทำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka