Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 324

เล่ม มมร. 67 หน้า 324 ข้อ 466
[๔๖๖] คำว่า วิญญาณจึงดับ ความว่า วิญญาณอันสหรคตด้วย ปุญญาภิสังขาร วิญญาณอันสหรคตด้วยอปุญญาภิสังขาร วิญญาณอัน สหรคตด้วยอเนญชาภิสังขาร ย่อมดับ สงบ ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ระงับ ไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วิญญาณจึงดับ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าจึงตรัสว่า เมื่อโลกไม่เพลิดเพลินเวทนาในภายในและภายนอก เป็นผู้มีสติอย่างนี้เที่ยวไป วิญญาณจึงดับ. พร้อมด้วยเวลาจบพระคาถา ฯ ล ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มี- พระภาคเจ้าเป็นศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก ฉะนี้แล. จบอุทยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๓ อรรถกถาอุทยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๓ พึงทราบวินิจฉัยในอุทยสูตรที่ ๑๓ ดังต่อไปนี้. บทว่า อญฺาวิโมกฺขํ คือ อรหัตวิโมกข์ อุทยมาณพทูลถามถึง วิโมกข์อันสำเร็จด้วยอานุภาพแห่งพระอรหัต. บทว่า ปเมนปิ ฌาเนน ฌายี พระผู้มีพระภาคเจ้ามีฌานแม้ ด้วยปฐมฌาน ชื่อว่า มีฌาน เพราะเพ่งด้วยปฐมฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข จิตเตกัคคตา. บทว่า ทุติเยน คือ เพ่งด้วยทุติยฌาน สัมปยุตด้วยปีติ สุข จิตเตกัคคตา. บทว่า ตติเยน คือ เพ่งด้วยตติย- ฌาน สัมปยุตด้วยสุข และจิตเตกัคคตา. บทว่า จตุตฺเถน คือ เพ่งด้วย จตุตถฌาน สัมปยุตด้วยอุเบกขาจิตเตกัคคตา. บทว่า สวิตกฺกสวิจาเรนปิ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka