พึงทราบความในบทนี้ว่า ยมกปาฏิหิเร าณํ ญาณในยมก-
ปาฏิหาริย์ดังต่อไปนี้ ชื่อว่า ยมกํ เป็นคู่ เพราะกองไฟและสายน้ำ
เป็นต้น เป็นไปคราวเดียวกันไม่ก่อนไม่หลัง. ชื่อว่า ปาฏิหิรํ เพราะนำ
ปฏิปักขธรรม มีความเป็นผู้ไม่เชื่อเป็นต้นออกไป. ชื่อว่า ยมกปาฏิหิรํ
เพราะนำปฏิปักขธรรมออกไปเป็นคู่.
พึงทราบความในบทนี้ว่า มหากรุณาสมาปตฺติยา าณํ ญาณใน
มหากรุณาสมาบัติ ดังต่อไปนี้. ชื่อว่า กรุณา เพราะเมื่อทุกข์ของคนอื่น
มีอยู่ ย่อมทำความหวั่นไหวในหทัยเพื่อคนดีทั้งหลาย. อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่า กรุณา เพราะกำจัดทุกข์ของคนอื่นให้หมดสิ้นไป. หรือชื่อว่า
กรุณา เพราะช่วยเหลือให้เขาพ้นจากทุกข์. ความกรุณาใหญ่ด้วยการทำ
การแผ่ไป หรือด้วยคุณธรรม ชื่อว่า มหากรุณา. ชื่อว่า สมาปตฺติ
เพราะเป็นผู้มีมหากรุณาถึงพร้อม. ชื่อว่า มหากรุณาสมาปตฺติ เพราะมี
มหากรุณาแล้วเข้ามหากรุณาสมาบัตินั้น หรือญาณสัมปยุตด้วยมหากรุณา
นั้นในมหากรุณาสมาบัตินั้น.
พึงทราบความในบทนี้ว่า สพฺพญฺญุตาณํ อนาวรณาณํ (ญาณ
ไม่มีอะไรกั้น) ดังนี้ต่อไป. ชื่อว่า สพฺพญฺญู เพราะรู้ทั่วถึงทุกสิ่งอัน
เป็นทางที่ควรแนะนำ ๕ ประการ. ความเป็นแห่งพระสัพพัญญูนั้น ชื่อว่า
สพฺพญฺญุตา. ญาณคือความเป็นพระสัพพัญญูนั่นแล ชื่อว่า สพฺพญฺญุต-
าณํ. เมื่อควรจะกล่าวว่า สพฺพญฺญุตาาณํ แต่กล่าวทำให้มีเสียงสั้นว่า
สพฺพญฺญุตาณํ. จริงอยู่ ธรรมทั้งหมดมีประเภทเป็นต้นว่า สังขตธรรม
และอสังขตธรรม เป็นทางที่ควรแนะนำ ๕ ประการคือ สังขาร ๑ วิการ ๑
ลักษณะ ๑ นิพพาน ๑ บัญญัติ ๑. ความกั้นญาณนั้นไม่มี เพราะเนื่อง