เมื่อเราเป็นเทพดำรงอยู่ใน ภพดาวดึงส์ นี้แล เรา
ได้อายุเพิ่มขึ้นอีก ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ขอจงทราบ
อย่างนี้เถิด.๑
บางแห่งหมายเอาเพียงปทปูรณะ (คือทำบทให้เต็ม) เท่านั้น. เหมือน
อย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย๒ เราฉันเสร็จแล้ว
ห้ามภัตแล้วดังนี้. แต่ในที่นี้พึงทราบว่า ท่านกล่าวหมายถึงโลก.
ก็ในบทว่า อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับนี้ พึงทราบ
ความดังต่อไปนี้. บุคคลไม่สดับธรรมที่ควรรู้ เพราะไม่มีอาคมและอธิคม
(การศึกษาและการบรรลุ) บุคคลใดไม่มีอาคม ปฏิเสธทิฏฐิ เพราะ
ปราศจากการเรียน การสอบถาม การวินิจฉัยในขันธ์ ธาตุ อายตนะ
ปัจจยาการ และสติปัฏฐานเป็นต้น ไม่มีอธิคม เพราะไม่บรรลุธรรมที่ควร
บรรลุด้วยการปฏิบัติ บุคคลนั้นชื่อว่าเป็นผู้ไม่สดับธรรมที่ควรรู้ เพราะไม่
มีอาคมและอธิคมด้วยประการฉะนี้.
ชื่อว่า ปุถุชน เพราะเหตุทั้งหลายมีการเกิดกิเลส
หนาเป็นต้น หรือว่าชนนี้ ชื่อว่าปุถุผู้หนา เพราะความ
เป็นผู้เกิดกิเลสหนาหยั่งลงในภายใน.
จริงอยู่ ชื่อว่าปุถุชนด้วยเหตุทั้งหลาย มีการยังกิเลสหนาคือมีประการ
ต่างๆ ให้เกิดขึ้น. เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวว่า ชื่อว่าปุถุชน เพราะยังกิเลส
หนาให้เกิด. เพราะไม่กำจัดสักกายทิฏฐิหนา. เพราะมองดูหน้าของพระ-
ศาสดาทั้งหลายหนา (มาก). เพราะจมอยู่ด้วยคติทั้งปวงหนา. เพราะปรุง
แต่งอภิสังขารต่างๆ หนา. เพราะลอยไปด้วยโอฆะต่าง ๆ หนา. เพราะ
เดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนต่าง ๆ หนา. เพราะถูกเผาด้วยความร้อน
๑. ที. มหา. ๑๐/ข้อ ๒๖๔. ๒. ม. มุ. ๑๒/ข้อ ๒๒.