จากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด ท่านกล่าวว่า ฝั่ง ในอุเทศว่า ปารายนนฺ-
เตฺวว อธิวจนํ ดังนี้. สัมมาสมาธิ ท่านกล่าวว่า อายนะ (มรรคเป็นเหตุ
ให้ถึง).
คำว่า เป็นชื่อ คือ เป็นนาม เป็นการนับ เป็นเครื่องรู้เสมอ
เป็นบัญญัติ ฯ ล ฯ เป็นคำร้องเรียก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บทว่า
ปารายนะ นั่นแหละ เป็นชื่อ.
[๕๔๕] อชิตพราหมณ์ ติสสเมตเตยยพราหมณ์ ปุณณก-
พราหมณ์ เมตตคูพราหมณ์ โธตกพราหมณ์ อุปสีว-
พราหมณ์ นันทพราหมณ์ เหมกพราหมณ์ โตเทยย-
พราหมณ์ กัปปพราหมณ์ ชตุกัณณะพราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต
ภัทราวุธพราหมณ์ อุทยพราหมณ์ โปสาลพราหมณ์
โมฆราชพราหมณ์ผู้มีปัญญา ปิงคิยพราหมณ์ผู้แสวงหา
ธรรมใหญ่ พราหมณ์เหล่านี้เข้ามาเฝ้าแล้ว ซึ่งพระพุทธ-
เจ้าผู้มีจรณะถึงพร้อม ผู้แสวงหา เมื่อจะทูลถามปัญหา
อันละเอียด มาเฝ้าแล้วซึ่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.
[๕๔๖] คำว่า เอเต ในอุเทศว่า เอเต พุทฺธํ อุปาคญฺฉุํ ดังนี้
คือ พราหมณ์ทั้งหลาย. คำว่า พุทฺธํ จะกล่าวต่อไปนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า
เป็นพระสยัมภูไม่มีอาจารย์ ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้วซึ่งสัจจะทั้งหลายเอง
ในธรรมทั้งหลายที่พระองค์ไม่เคยได้ยินมาในกาลก่อน เป็นผู้ถึงแล้วซึ่ง
ความเป็นพระสัพพัญญะในธรรมเหล่านั้น และถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ ชำนาญ
ในพลธรรมทั้งหลาย.
พระผู้มีพระภาคเจ้าชื่อว่า พุทโธ ในคำว่า พุทฺโธ ดังนี้ เพราะ