Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 435

เล่ม มมร. 67 หน้า 435 ข้อ 545 546
จากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด ท่านกล่าวว่า ฝั่ง ในอุเทศว่า ปารายนนฺ- เตฺวว อธิวจนํ ดังนี้. สัมมาสมาธิ ท่านกล่าวว่า อายนะ (มรรคเป็นเหตุ ให้ถึง). คำว่า เป็นชื่อ คือ เป็นนาม เป็นการนับ เป็นเครื่องรู้เสมอ เป็นบัญญัติ ฯ ล ฯ เป็นคำร้องเรียก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บทว่า ปารายนะ นั่นแหละ เป็นชื่อ. [๕๔๕] อชิตพราหมณ์ ติสสเมตเตยยพราหมณ์ ปุณณก- พราหมณ์ เมตตคูพราหมณ์ โธตกพราหมณ์ อุปสีว- พราหมณ์ นันทพราหมณ์ เหมกพราหมณ์ โตเทยย- พราหมณ์ กัปปพราหมณ์ ชตุกัณณะพราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต ภัทราวุธพราหมณ์ อุทยพราหมณ์ โปสาลพราหมณ์ โมฆราชพราหมณ์ผู้มีปัญญา ปิงคิยพราหมณ์ผู้แสวงหา ธรรมใหญ่ พราหมณ์เหล่านี้เข้ามาเฝ้าแล้ว ซึ่งพระพุทธ- เจ้าผู้มีจรณะถึงพร้อม ผู้แสวงหา เมื่อจะทูลถามปัญหา อันละเอียด มาเฝ้าแล้วซึ่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ. [๕๔๖] คำว่า เอเต ในอุเทศว่า เอเต พุทฺธํ อุปาคญฺฉุํ ดังนี้ คือ พราหมณ์ทั้งหลาย. คำว่า พุทฺธํ จะกล่าวต่อไปนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระสยัมภูไม่มีอาจารย์ ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้วซึ่งสัจจะทั้งหลายเอง ในธรรมทั้งหลายที่พระองค์ไม่เคยได้ยินมาในกาลก่อน เป็นผู้ถึงแล้วซึ่ง ความเป็นพระสัพพัญญะในธรรมเหล่านั้น และถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ ชำนาญ ในพลธรรมทั้งหลาย. พระผู้มีพระภาคเจ้าชื่อว่า พุทโธ ในคำว่า พุทฺโธ ดังนี้ เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka