อรรถว่ากระไร เพราะอรรถว่าตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย เพราะอรรถว่าพระองค์
ปลุกหมู่สัตว์ให้ตื่น เพราะทรงรู้ธรรมทั้งปวง เพราะทรงเห็นธรรมทั้งปวง
เพราะทรงรู้ธรรมที่ควรรู้ยิ่ง เพราะทรงเบิกบานแล้ว เพราะส่วนแห่ง
พระองค์มีอาสวะสิ้นแล้ว เพราะส่วนแห่งพระองค์ไม่มีอุปกิเลส เพราะ
อรรถว่าทรงปราศจากราคะโดยส่วนเดียว เพราะอรรถว่าทรงปราศจาก
โทสะโดยส่วนเดียว เพราะอรรถว่าทรงปราศจากโมหะโดยส่วนเดียว
เพราะอรรถว่าไม่ทรงมีกิเลสโดยส่วนเดียว เพราะอรรถว่าทรงถึงแล้วซึ่ง
เอกายนมรรค เพราะอรรถว่าทรงเป็นผู้เดียวตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้วซึ่ง
สัมมาสัมโพธิญาณอันประเสริฐ เพราะทรงกำจัดความไม่รู้ เพราะทรงได้
พระปัญญาเครื่องตรัสรู้.
พระนามว่า พุทโธ นี้ พระมารดา พระบิดา พี่น้องชาย พี่น้องหญิง
มิตร อำมาตย์ ญาติสายโลหิต สมณพราหมณ์ เทวดา มิได้ทำให้ พระนามนี้
เป็นวิโมกขันติกนาม (พระนามที่เกิดขึ้นในที่สุดแห่งการหลุดพ้น) พระ-
นามว่า พุทโธ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ พร้อมด้วยการบรรลุสัพพัญญุตญาณ-
ณ ควงไม้โพธิ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายผู้ตรัสรู้แล้ว เพราะฉะนั้น
จึงชื่อว่า พระพุทธเจ้า.
คำว่า พราหมณ์เหล่านี้มาเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว ความว่า พราหมณ์
เหล่านี้มาเฝ้า เข้ามาเฝ้า เข้ามานั่งใกล้ ทูลถามแล้ว สอบถามแล้ว ซึ่ง
พระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พราหมณ์เหล่านี้มาเฝ้าพระพุทธเจ้า
แล้ว.
[๕๔๗] ความสำเร็จแห่งศีลและอาจาระ ท่านกล่าวว่า จรณะ
ในอุเทศว่า สมฺปนฺนจรณํ อิสึ ดังนี้ ศีลสังวรก็ดี อินทรีย์สังวรก็ดี