ทรงให้พราหมณ์ทั้งหลายยินดีแล้ว ด้วยการพยากรณ์
ปัญหาทั้งหลาย.
[๕๕๕] พราหมณ์นั้น อันพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ เป็น
เผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ ทรงให้ยินดีแล้ว ได้ประพฤติ
พรหมจรรย์ในสำนักแห่งพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญา
ประเสริฐ.
[๕๕๖] คำว่า เต ในอุเทศว่า เต โตสิตา จกฺขุมตา ดังนี้
คือ พราหมณ์ผู้มีความต้องการถึงฝั่ง ๑๖ คน.
คำว่า ทรงให้ยินดีแล้ว ความว่า ทรงให้ยินดี ให้ยินดียิ่ง ให้
เลื่อมใส ให้พอใจ ทรงทำให้ปลื้มใจ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พราหมณ์
เหล่านั้น ... ทรงให้ยินดีแล้ว.
คำว่า ผู้มีจักษุ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระจักษุด้วยจักษุ
๕ ประการ คือ มีพระจักษุแม้ด้วยมังสจักษุ ๑ แม้ด้วยทิพยจักษุ ๑ แม้
ด้วยปัญญาจักษุ. แม้ด้วยพุทธจักษุ ๑ แม้ด้วยสมันตจักษุ ๑.
พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระจักษุแม้ด้วยมังสจักษุอย่างไร ฯ ล ฯ พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้ามีพระจักษุแม้ด้วยสมันตจักษุอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
พราหมณ์เหล่านั้น อันพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุทรงให้ยินดีเเล้ว.
[๕๕๗] คำว่า พุทฺเธน ในอุเทศว่า พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ดังนี้
จะกล่าวดังต่อไปนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ฯ ล ฯ พระนามว่า พุทฺโธ นี้
เป็นสัจฉิกาบัญญัติ.
พระสุริยะท่านกล่าวว่า พระอาทิตย์ ในคำว่า อาทิจฺจพนฺธุนา