จากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด ท่านกล่าวว่า ฝั่ง ในอุเทศว่า คจฺเฉ ปารํ
อปารโต ดังนี้ ฯ
กิเลสก็ดี อภิสังขารก็ดี ท่านกล่าวว่า ที่มิใช่ฝั่ง.
คำว่า พึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง ความว่า พึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง
คือ พึงบรรลุถึง พึงถูกต้อง พึงทำให้แจ้งซึ่งฝั่ง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึง
จากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง ฯ ล ฯ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ว่า
ผู้ใดพึงปฏิบัติธรรมแห่งปัญหาหนึ่งๆ ตามที่พระ-
พุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ผู้นั้นพึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง.
[๕๖๕] บุคคลเมื่อเจริญมรรคอันอุดม พึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึง
ฝั่ง มรรคนั้น (ย่อมเป็นไป) เพื่อให้ถึงฝั่ง เพราะเหตุนั้น
มรรคท่านจึงกล่าวว่า เป็นที่ให้ถึงฝั่ง.
[๕๖๖] กิเลสก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี ท่านกล่าวว่า ที่มิใช่ฝั่ง
ในอุเทศว่า อปารา ปารํ คจฺเฉยฺย ดังนี้ อมตนิพพาน ความสงบสังขาร
ทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความคลายกำหนัด
ความดับ ความออกจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด ท่านกล่าวว่า ฝั่ง.
คำว่า พึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง ความว่า พึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง
คือพึงบรรลุถึง พึงถูกต้อง พึงทําให้แจ้งซึ่งฝั่ง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
พึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง.
[๕๖๗] มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯ ล ฯ สัมมาสมาธิ
ท่านกล่าวว่า มรรค ในคำว่า ซึ่งมรรค ในอุเทศว่า ภาเวนฺโต
มคฺคมุตฺตมํ ดังนี้.