Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 465

เล่ม มมร. 67 หน้า 465 ข้อ 599 600
ด้วยปัญญาเป็นเมธานี้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว จึงชื่อ ว่า มีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระโคดม มีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึง กล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น พระองค์เดียวทรงบรรเทา ความมืดเสีย ประทับอยู่แล้ว มีพระปัญญาสว่างแผ่รัศมี พระโคดมมีพระปัญญาปรากฏ พระโคดมมีพระปัญญา กว้างขวางดังแผ่นดิน. [๕๙๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงธรรม อันธรรมจารี บุคคลพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาลอันเป็นที่สิ้นตัณหา อันไม่มีอันตรายแก่อาตมา นิพพานมิได้มีอุปมาในที่ ไหน. [๖๐๐] คำว่า โย ในอุเทศว่า โย เม ธมฺมมเทเสสิ ดังนี้ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระสยัมภู ไม่มีอาจารย์ ตรัสรู้สัจจะ ทั้งหลายเอง ในธรรมทั้งหลายที่ไม่เคยได้ทรงสดับมาก่อน ทรงบรรลุแล้ว ซึ่งความเป็นพระสัพพัญญูในธรรมเหล่านั้น และทรงถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ ชำนาญในพลธรรมทั้งหลาย. คำว่า ธมฺมํ ในอุเทศว่า ธมฺมมเทเสสิ ดังนี้ ความว่า พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสบอก... ทรงประกาศแล้วซึ่งพรหมจรรย์อันงามในเบื้อง ต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง และสติปัฏฐาน ฯ ล ฯ อริยมรรคมีองค์ ๘ นิพพานและ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka