Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 39

<< | หน้าที่ 39 | >>
{๕๘๕} [๑๕๙] (พระปิงคิยเถระกล่าวว่า)

ทิชะ(นก)พึงละป่าเล็กแล้วมาอาศัยป่าใหญ่

ที่มีผลไม้มากฉันใด อาตมภาพก็ฉันนั้น

ละคณาจารย์ผู้มีทรรศนะแคบ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค

เหมือนหงส์โผลงสู่สระใหญ่ (๔)

{๕๘๘} [๑๖๐] (พระปิงคิยเถระกล่าวว่า)

ก่อนแต่ศาสนาของพระโคดม

อาจารย์เจ้าลัทธิเหล่าใดเคยพยากรณ์แก่อาตมภาพว่า

เหตุนี้ได้เป็นมาแล้วอย่างนี้ จักเป็นอย่างนี้

คำพยากรณ์ทั้งหมดนั้นเป็นคำที่เชื่อสืบต่อกันมา

คำพยากรณ์ทั้งหมดนั้นมีแต่จะทำให้ตรึกไปต่าง ๆ (๕)

{๕๙๔} [๑๖๑] (พระปิงคิยเถระกล่าวว่า)

พระโคดมทรงเป็นเอกบุรุษ

ประทับนั่งทำลายความมืดอยู่ ทรงรุ่งเรือง ทรงแผ่รัศมี

พระโคดมผู้มีพระญาณดุจภูริ

พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ (๖)

{๕๙๙} [๑๖๒] (พระปิงคิยเถระกล่าวว่า)

ธรรมใดไม่มีอะไร ๆ ที่ไหนเปรียบได้

พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดทรงแสดงธรรม

ที่บุคคลเห็นได้เอง ไม่ขึ้นกับกาลเวลา

เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีอันตรายแก่อาตมภาพ (๗)

{๖๐๔} [๑๖๓] (พราหมณ์พาวรีกล่าวว่า)

ท่านปิงคิยะ เพราะเหตุไรหนอ

ท่านจึงอยู่ปราศจากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระโคดมผู้มีพระญาณดุจภูริ

พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ สิ้นกาลชั่วครู่ (๘)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka