ความว่า อาตมามิได้อยู่ปราศ คือ มิได้หลีกไป มิได้ไปปราศ มิได้เว้น
จากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อาตมามิได้อยู่
ปราศจากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
[๖๑๖] คำว่า ท่านพราหมณ์... แม้ครู่หนึ่ง ความว่า แม้ครู่หนึ่ง
ขณะหนึ่ง พักหนึ่ง ส่วนหนึ่ง วันหนึ่ง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า แม้ครู่
หนึ่ง พระปิงคิยเถระเรียกพาวรีพราหมณ์ผู้เป็นลุงด้วยความเคารพว่า ท่าน
พราหมณ์.
[๖๑๗] คำว่า ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ ความว่า
ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ... มีปัญญาเป็นใหญ่ เพราะฉะนั้น
จึงชื่อว่า ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ.
[๖๑๘] แผ่นดินท่านกล่าวว่า ภูริ ในอุเทศว่า โคตมา ภูริเมธสา
ดังนี้ พระโคดมประกอบด้วยปัญญาอันไพบูลย์กว้างขวางเสมอด้วยแผ่นดิน
ปัญญา ความรู้ กิริยาที่รู้ ฯลฯ ความไม่หลง ความเลือกเฟ้นธรรม
สัมมาทิฏฐิ ท่านกล่าวว่า เมธา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าไป... ทรง
ประกอบด้วยปัญญาเป็นเมธานี้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้
แล้ว จึงชื่อว่า มีปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะเหตุนั้น พระปิงคิย-
เถระจึงกล่าวว่า
ท่านพราหมณ์ อาตมามิได้อยู่ปราศจากพระพุทธเจ้า
ผู้โคดม ซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ มีพระปัญญา
กว้างขวางดังแผ่นดิน แม้ครู่หนึ่ง.