Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 471

เล่ม มมร. 67 หน้า 471 ข้อ 616 617 618
ความว่า อาตมามิได้อยู่ปราศ คือ มิได้หลีกไป มิได้ไปปราศ มิได้เว้น จากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อาตมามิได้อยู่ ปราศจากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น. [๖๑๖] คำว่า ท่านพราหมณ์... แม้ครู่หนึ่ง ความว่า แม้ครู่หนึ่ง ขณะหนึ่ง พักหนึ่ง ส่วนหนึ่ง วันหนึ่ง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า แม้ครู่ หนึ่ง พระปิงคิยเถระเรียกพาวรีพราหมณ์ผู้เป็นลุงด้วยความเคารพว่า ท่าน พราหมณ์. [๖๑๗] คำว่า ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ ความว่า ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ... มีปัญญาเป็นใหญ่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ. [๖๑๘] แผ่นดินท่านกล่าวว่า ภูริ ในอุเทศว่า โคตมา ภูริเมธสา ดังนี้ พระโคดมประกอบด้วยปัญญาอันไพบูลย์กว้างขวางเสมอด้วยแผ่นดิน ปัญญา ความรู้ กิริยาที่รู้ ฯลฯ ความไม่หลง ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมาทิฏฐิ ท่านกล่าวว่า เมธา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าไป... ทรง ประกอบด้วยปัญญาเป็นเมธานี้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้ แล้ว จึงชื่อว่า มีปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้โคดมซึ่งมีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะเหตุนั้น พระปิงคิย- เถระจึงกล่าวว่า ท่านพราหมณ์ อาตมามิได้อยู่ปราศจากพระพุทธเจ้า ผู้โคดม ซึ่งมีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏ มีพระปัญญา กว้างขวางดังแผ่นดิน แม้ครู่หนึ่ง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka