บทว่า วิญฺาณํ คือ ปฏิสนธิวิญญาณ ๑๙ ประเภท. วิญญาณนั้น
ชื่อว่า อาหาร เพราะนำมาซึ่งนามรูปในขณะปฏิสนธิ.
บทว่า อุปาทานกฺขนฺธา คือ ขันธ์อันเกิดจากอุปาทาน ชื่อว่า
อุปาทานขันธ์. พึงเห็นว่าเป็นศัพท์ที่ลบคำในท่ามกลางเสีย. หรือขันธ์
ทั้งหลายมีเพราะอุปาทาน ชื่อว่า อุปาทานขันธ์. เหมือนไฟเกิดแต่หญ้า
ไฟเกิดแต่แกลบ. หรือขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ชื่อว่า
อุปาทานขันธ์. เหมือนบุรุษของพระราชา (ราชบุรุษ). หรือขันธ์ทั้งหลาย
มีอุปาทานเป็นแดนเกิด ชื่อว่า อุปาทานขันธ์. เหมือนดอกของต้นไม้
ผลของต้นไม้.
อนึ่ง อุปาทานมี ๔ คือกามุปาทาน ถือมั่นกาม ๑ ทิฏฐุปาทาน
ถือมั่นทิฏฐิ ๑ สีลัพพตุปาทาน ถือมั่นศีลและพรต ๑ อัตตวาทุปาทาน
ถือมั่นวาทะว่าตน ๑. แต่โดยอรรถ ชื่อว่า อุปาทาน เพราะการถือไว้
อย่างมั่นคง.
อุปาทานขันธ์มี ๕ คือ รูปูปาทานขันธ์ เวทนูปาทานขันธ์ สัญญู-
ปาทานขันธ์ สังขารูปาทานขันธ์ วิญญาณูปาทานขันธ์.
บทว่า ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ ได้แก่ อายตนะภายใน ๖ คือ
จักขวายตนะ โสดายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ มนายตนะ.
วิญญาณฐิติ ๗ มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. โลกธรรม ๘ ก็เหมือนกัน.
โลกธรรม ๘ เหล่านี้ คือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา
สรรเสริญ สุข ทุกข์ ชื่อว่า โลกธรรม เพราะเมื่อโลกยังเป็นไปอยู่
ธรรมเหล่านี้ก็หมุนเวียนไปตามโลก. ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายไม่พ้นไปจาก
โลกธรรมเหล่านั้นได้. ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย