Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 508

เล่ม มมร. 67 หน้า 508 ข้อ 662
บทว่า อสํหิรํ คือ นิพพานอันราคะเป็นต้นนำไปไม่ได้. บทว่า อสํกุปฺปํ คือ ไม่กำเริบ ไม่มีความปรวนแปรไปเป็นธรรมดา. ท่าน กล่าวถึงนิพพานด้วยบททั้งสอง. บทว่า อทฺธา คมิสฺสามิ ข้าพระองค์ จักถึงเป็นแน่แท้ คือจักถึงนิพพานธาตุ อันเป็นอนุปาทิเสสะนั้น โดยส่วน เดียวเท่านั้น. บทว่า น เมตฺถ กงฺขา คือ ความสงสัยในนิพพานนี้มิได้ มีแก่ข้าพระองค์. บทว่า เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตํ ขอพระองค์ทรง จำข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้วอย่างนี้ ความว่า ท่านปิงคิยะ ยังศรัทธาให้เกิดขึ้นแล้วในตน ด้วยโอวาทของพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ว่า แม้ท่านก็จงปล่อยศรัทธา ฉันนั้น แล้วปล่อยด้วยศรัทธาธุระนั่นเอง เมื่อ จะประกาศศรัทธาธิมุติ (ความน้อมไปด้วยศรัทธา) นั้น จึงทูลพระผู้มี- พระภาคเจ้าว่า เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตํ มีอธิบายว่า ขอพระองค์ จงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้ว เหมือนอย่างที่พระองค์ ได้ตรัสไว้กะข้าพระองค์แล้วฉะนั้น. บทว่า น สํทริยติ คือ ไม่สามารถถือนำเอาไปได้. บทว่า นิโยค- วจนํเป็นคำประกอบ. บทว่า อวฏฺาปนวจนํ เป็นคำสันนิษฐาน. ใน ปรายนวรรค นี้ บทใดมิได้กล่าวไว้ในระหว่าง ๆ พึงถือเอา บทนั้น โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง. บทที่เหลือในบททั้งปวง ชัดดีแล้ว. จบอรรถกถาโสฬสมาณวกปัญหานิทเทส จบอรรถกถาปรายนวรรคนิทเทส แห่งขุททกนิกายอรรถกถา ชื่อว่าสัทธัมมปัชโชติกา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka