บุคคลผู้มีปฏิภาณ ในคำว่า ปฏิภาณเวนฺตํ นี้ มี ๓ ประเภท คือ
ผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริยัติ ๑ ผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริปุจฉา ๑ ผู้มี
ปฏิภาณโดยการบรรลุ ๑.
บุคคลผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริยัติเป็นไฉน บุคคลบางคนใน
โลกนี้ เล่าเรียนพระพุทธพจน์ คือ สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถา
อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ พระพุทธวจนะย่อม
แจ่มแจ้งแก่บุคคลนั้น เพราะอาศัยเล่าเรียน บุคคลนี้ชื่อว่า ผู้มีปฏิภาณ
เพราะอาศัยปริยัติ.
บุคคลผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริปุจฉาเป็นไฉน บุคคลบางคน
ในโลกนี้ เป็นผู้ได้ถามในอรหัตผล ในอริยมรรคมีองค์ ๘ ในอนิจจตา-
ทิลักษณะ ในเหตุ ในฐานะและอฐานะ พระพุทธพจน์ย่อมแจ่มแจ้งแก่
บุคคลนั้น เพราะอาศัยการไต่ถาม บุคคลนี้ชื่อว่า ผู้มีปฏิภาณเพราะ
อาศัยปริปุจฉา.
บุคคลผู้มีปฏิภาณโดยการบรรลุเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้บรรลุสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕
พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ อริยมรรค ๔ สามัญญผล ๔
ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ บุคคลนั้นรู้อรรถ รู้ธรรม รู้นิรุติ เมื่อรู้
อรรถ อรรถก็แจ่มแจ้ง เมื่อรู้ธรรม ธรรมก็แจ่มแจ้ง เมื่อรู้นิรุติ นิรุติ
ก็แจ่มแจ้ง ญาณในปฏิสัมภิทา ๓ ประการนี้ เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นเข้าไป เข้าไปพร้อม เข้ามา เข้ามาพร้อม
เข้าถึง เข้าถึงพร้อม ประกอบแล้วด้วยปฏิภาณปฏิสัมภิทานี้ เพราะเหตุนั้น
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นจึงชื่อว่ามีปฏิภาณ ผู้ใดไม่มีปริยัติ ไม่มีปริปุจฉา