Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 587

เล่ม มมร. 67 หน้า 587 ข้อ 755 756 757
ไม่มีอธิคม บทธรรมอะไรจักแจ่มแจ้งแก่บุคคลนั้นเล่า เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ซึ่งมิตรมีคุณยิ่ง มีปฏิภาณ. [๗๕๕] คำว่า รู้จักประโยชน์ทั้งหลายแล้ว พึงกำจัดความ สงสัยเสีย ความว่า รู้ทั่วถึง รู้ยิ่ง ทราบ เทียบเคียง พิจารณาให้ แจ่มแจ้ง ทำให้ปรากฏแล้ว ซึ่งประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ ทั้งสองฝ่าย ประโยชน์ในปัจจุบัน ประโยชน์ในสัมปรายภพ พึงกำจัด พึงปราบ ละ บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มี ซึ่งความสงสัย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า รู้จักประโยชน์ทั้งหลายแล้ว พึงกำจัดความสงสัย พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น เพราะฉะนั้น พระปัจเจก- สัมพุทธเจ้านั้นจึงกล่าวว่า ควรคบมิตรผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม มีคุณยิ่ง มี ปฏิภาณ รู้จักประโยชน์ทั้งหลายแล้ว กำจัดความสงสัย เสีย พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น. [๗๕๖] พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าไม่ทำความพอใจซึ่งการเล่น ความยินดี และกามสุขในโลก ไม่อาลัย เว้นจากฐานะ แห่งเครื่องประดับ เป็นผู้พูดจริง พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรดฉะนั้น. [๗๕๗] ชื่อว่า การเล่น ในอุเทศว่า ขิฑฺฑา รตี กามสุขญฺจ โลเก ดังนี้ ได้เเก่การเล่น ๒ อย่าง คือ การเล่นทางกาย ๑ การเล่น ทางวาจา ๑ ฯ ล ฯ นี้ชื่อว่าการเล่นทางกาย ฯ ล ฯ นี้ชื่อว่า การเล่น ทางวาจา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka