Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 670

เล่ม มมร. 67 หน้า 670 ข้อ 821
ไม่มีความกระทบกระทั่ง เพราะเหตุนั้น เราเห็นคุณของการปฏิบัตินี้ จึง ปฏิบัติโดยแยบคายแล้วบรรลุปัจเจกสัมโพธิญาณ. อีกอย่างหนึ่ง เรารู้ว่า ผู้สันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้เหมือนสมณะ เหล่านั้น มีปกติอยู่ตามสบายในทิศทั้งสี่. ตามนัยที่กล่าวแล้ว จึงปรารถนา ความเป็นผู้มีปกติอยู่ตามสบายในทิศทั้งสี่อย่างนี้ ได้ปฏิบัติโดยแยบคาย จึงบรรลุ เพราะฉะนั้น แม้ผู้อื่นปรารถนาฐานะเช่นนั้นบ้าง เป็นผู้ครอบงำ อันตรายทั้งหลาย เพราะความเป็นผู้มีปกติอยู่ตามสบายในทิศทั้งสี่ และ เป็นผู้ไม่หวาดสะดุ้ง เพราะไม่มีความกระทบกระทั่ง พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรดฉะนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศ ดังต่อไปนี้ . บทว่า เมตฺตา พึงทราบโดยอรรถก่อน ชื่อว่า เมตฺตา เพราะมี ความเยื่อใย. อธิบายว่า ความรัก. ชื่อว่าเมตตา เพราะมีความรัก หรือความเป็นไปแห่งความรัก. บทว่า เมตฺตาสหคเตน คือ มีใจ ประกอบด้วยเมตตา. บทว่า เจตสา คือ มีใจ. บทว่า เอกํ ทิสํ คือ ในทิศหนึ่ง. ท่านกล่าวประสงค์เอาสัตว์ที่กำหนดไว้เป็นที่หนึ่ง ด้วยการ แผ่ไปถึงสัตว์อันเนื่องในทิศหนึ่ง. บทว่า ผริตฺวา แผ่ไปแล้ว คือถูกต้อง กระทำให้เป็นอารมณ์. บทว่า วิหรติ คือ ยังการอยู่ในอิริยาบถที่ตั้งไว้ใน พรหมวิหารให้เป็นไป. บทว่า ตถา ทุติยํ ทิศที่ ๒ ก็เหมือนกัน คือ ในลำดับทิศนั้นเหมือนอย่างที่แผ่ไปในทิศหนึ่ง ในทิศบูรพาเป็นต้น ทิศใด ทิศหนึ่ง. อธิบายว่า ทิศที่ ๒ ที่ ๓ และทิศที่ ๔. บทว่า อิติ อุทฺธํ ท่านกล่าวว่าทิศเบื้องบนโดยนัยนั้นเหมือนกัน. บทว่า อโธ ติริยํ คือ แม้ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางก็เหมือนกัน. อนึ่ง ในบทเหล่านั้น บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka