Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 673

เล่ม มมร. 67 หน้า 673 ข้อ 821
มีการเข้าไปสงบความขัดเคืองและความยินดีเป็นปัจจุปัฏฐาน มีการเห็น ความที่สัตว์มีกรรมเป็นของตนอันเป็นไปอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรม เป็นของตน สัตว์เหล่านั้นจักมีสุข จักพ้นจากทุกข์ หรือจักไม่เสื่อมจาก สมบัติที่มีอยู่ตามความชอบใจของใคร ดังนี้เป็นปทัฏฐาน. การสงบจาก ความขัดเคืองและความยินดีเป็นสมบัติของอุเบกขานั้น ความเกิดแห่ง อุเบกขาในอญาณ อันอาศัยเรือน (คือกามคุณ ๕) เป็นวิบัติของอุเบกขา. ในบทเหล่านั้น บทว่า สนฺตุฏฺโ โหติ คือ เป็นผู้ยินดีด้วยความ ยินดีในปัจจัย . บทว่า อิตรีตเรน จีวเรน ด้วยจีวรตามมีตามได้ คือ ยินดีด้วยจีวรอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาจีวรเนื้อหยาบ ละเอียด เศร้าหมอง ประณีต มั่นคง และเก่าเป็นต้น. อธิบายว่า ที่แท้แล้วเป็นผู้ยินดีด้วย จีวรตามมีตามได้. จริงอยู่ ในจีวรมีสันโดษ ๓ อย่าง คือ ยถาลาภสันโดษ ยินดีตามที่ได้ ๑ ยถาพลสันโดษ ยินดีตามกำลัง ๑ ยถาสารุปปสันโดษ ยินดีตามสนควร ๑. แม้ในบิณฑบาตเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ท่าน กล่าวว่า เป็นผู้ยินดีด้วยจีวรตามมีตามได้ คือเป็นผู้ยินดีจีวรผืนใดผืนหนึ่ง ในบรรดาจีวรตามที่ได้แล้ว หมายถึงสันโดษ ๓ เหล่านี้. อนึ่ง ในบทนี้พึงทราบ จีวร เขตของจีวร ผ้าบังสุกุล ความ ยินดีในจีวร และธุดงค์อันปฏิสังยุตด้วยจีวร. บทว่า จีวรํ ชานิตพฺพํ พึงรู้จีวร คือพึงรู้จีวร ๖ ชนิด มีผ้า ทำด้วยเปลือกไม้เป็นต้น และจีวรอนุโลม ๖ ชนิด มีจีวรทำด้วยผ้าเนื้อดี เป็นต้น. จีวร ๑๒ ชนิดเหล่านี้เป็นกัปปิยจีวร. จีวรที่มีอาทิอย่างนี้ว่า จีวรที่ทำด้วยหญ้าคา ป่าน เปลือกไม้ ผมคน ขนสัตว์ ใบลาน หนัง ปีกนกเค้า ต้นไม้ เถาวัลย์ ตะไคร้น้ำ กล้วย ไม้ไผ่ เป็นอกัปปิยจีวร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka