Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 696

เล่ม มมร. 67 หน้า 696 ข้อ 821
พึงทราบความในบทว่า กามเหตุ เป็นต้นต่อไป ชื่อว่า กามเหตุ< /B> เพราะมีกามเป็นเหตุ ด้วยอรรถว่า เป็นปัจจัย. ชื่อว่า กามนิทาโน เพราะ มีกามเป็นนิทาน ด้วยอรรถว่า เป็นรากเหง้า. แต่ท่านกล่าวไว้ในบาลีว่า กามนิทานํ เพราะลิงค์คลาดเคลื่อนไป. ชื่อว่า กามาธิกรโณ เพราะมี กามเป็นอธิกรณ์ ด้วยอรรถว่า เป็นเหตุ. ท่านกล่าวไว้ในบาลีว่า กาม- ธิกรณํ เพราะลิงค์คลาดเคลื่อนไปเหมือนกัน. บทว่า กามานเมว เหตุ เพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนี้ เป็นนิยมวจนะ คำกำหนดแน่นอน. อธิบายว่า เกิดเพราะกามเป็นปัจจัย. บทว่า อุฏฺหโต หมั่นอยู่ คือหมั่นด้วยความเพียรในการประกอบ อาชีพ. บทว่า ฆฏโต คือ ทำความเพียรติดต่อกันไปตั้งแต่ต้นจนถึง เบื้องปลาย. บทว่า วายมโต คือ ทำความเพียรพยายามให้ก้าวหน้าต่อไป บทว่า นาภินิปฺผชฺชนฺติ คือ โภคสมบัติเหล่านั้นไม่เจริญ ไม่งอกงาม ใน ที่นั้น. บทว่า โสจติ คือ ย่อมเศร้าโศก ด้วยความโศกมีกำลังเกิดขึ้นใน ใจ. บทว่า กิลมติ คือ ย่อมลำบากด้วยทุกข์เกิดขึ้นในกาย. บทว่า ปริเทวติ คือ ย่อมคร่ำครวญด้วยวาจา. บทว่า อุรตฺตสฬ คือ ทุบอก. บทว่า กนฺทติ คร่ำครวญ คือร้องไห้. บทว่า สมฺโมหํ อาปชฺชติ ถึง ความหลงใหล คือมีความหลงใหลเช่นสลบ. บทว่า โมฆํ คือ เปล่า บทว่า อผโล คือ ไม่มีผล. บทว่า อารกฺขาธิกรณํ คือ เพราะเหตุรักษา. บทว่า กินฺติ คือ ด้วยอุบายไรหนอ. บทว่า ยมฺปิ เม คือ ทรัพย์ที่เรา รวบรวมไว้ อันเกิดเพราะทำกสิกรรมเป็นต้น. บทว่า ตมฺ โน นตฺถิ คือ บัดนี้ทรัพย์ของเราหมดไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka