Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 697

เล่ม มมร. 67 หน้า 697 ข้อ 821
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงเหตุด้วยพระดำรัสมีอาทิว่า ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว กามเหตุ ดังนี้ แล้วจึงทรงแสดงถึงโทษทั้งหลายต่อไป. ในบทเหล่านั้น บทว่า กามเหตุ ความว่า แม้พระราชาทั้งหลายวิวาทกับ พระราชา ก็เพราะกามเป็นเหตุ. บทว่า กามนิทานํ เป็นภาวนปุงสกลิงค์. ความว่า วิวาทกัน เพราะกามเป็นนิทาน (เหตุ). แม้บทว่า กามาธิกรณํ ก็เป็นภาวนปุงสกลิงค์เหมือนกัน. ความว่า วิวาทกันเพราะกามเป็น อธิกรณ์ (เหตุ). บทว่า กานานเมว เหตุ ความว่า วิวาทกัน เพราะกาม ทั้งหลาย มีบ้าน นิคม ตำแหน่งเสนาบดี และตำแหน่งปุโรหตเเป็นต้น. บทว่า อุปกฺกมนฺติ คือ ประหารกัน. บทว่า อสิจมฺมํ คือ ดาบและโล่ เป็นต้น. บทว่า ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวา คือ จับธนูสอดใส่แล่ง. บทว่า อุภโตพยุฬฺหํ คือ ประชิดกันทั้งสองฝ่าย. บทว่า ปกฺขนฺทนฺติ คือ เข้าไป. บทว่า อุสูสุ คือ ลูกศร. บทว่า วิชฺโชตลนฺเตสุ คือ ควงดาบ. บทว่า เต ตตฺถ คือ ชนเหล่านั้น ... ในสงครามนั้น. อนึ่ง พึงทราบความในบทนี้ว่า อทฺธาวเลปนา อุปการโย ป้อมอัน มีปูนฉาบทาข้างบน ดังนี้ ต่อไป มนุษย์ทั้งหลายเอาอิฐก่อป้อมโดยสัณฐาน ดุจกีบม้า แล้วเอาปูนฉาบข้างบนป้อม ที่ทำอย่างนี้ท่านเรียกว่า อุปการิโย (ป้อมเชิงเทิน). ป้อมเหล่านั้นเอายางไม้และเปือกตมฉาบทาข้างบน จึงชื่อ ว่า อทฺธาวเลปน ฉาบทาข้างบน. บทว่า ปกฺขนฺทนฺติ วิ่งไป ชนทั้งหลาย ถูกแทงด้วยหลาวเหล็กและหลาวไม้ที่เขาฝังไว้ข้างใต้ป้อมเหล่านั้น ไม่อาจ ขึ้นไปได้เพราะกำแพงลื่นจึงวิ่งเข้าไป. บทว่า ฉกณาฏิยา คือ โคมัยที่ น่าเกลียด. บทว่า ภิวคฺเคน ด้วยฟ้าทับเหว คือ ฟ้าทับเหว มีงา ๗ อัน. คนทั้งหลายทำประตูด้วย ๘ อัน ยืนอยู่ข้างบนประตูตัดเชือกที่ผูกไว้กับ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka