อย่างเดียว. ภาวนา ๔ คือ เมื่อแทงตลอดทุกขสัจ อันเป็นการแทง
ตลอดด้วยปริญญา ชื่อว่าเจริญอยู่ ๑ เมื่อแทงตลอดสมุทยสัจอันเป็น
การแทงตลอดด้วยปหานะ ชื่อว่าเจริญอยู่ ๑ เมื่อแทงตลอดนิโรธสัจ
อันเป็นการแทงตลอดด้วยสัจฉิกิริยา ชื่อว่าเจริญอยู่ ๑ เมื่อแทงตลอด
มรรคสัจอันเป็นการแทงตลอดด้วยภาวนา ชื่อว่าเจริญอยู่ ๑ ภาวนา ๔ นี้.
[๖๙]ภาวนา ๔ อีกประการหนึ่ง คือ เอสนาภาวนา ๑
ปฏิลาภภาวนา ๑ เอกรสาภาวนา ๑ อาเสวนาภาวนา ๑.
เอสนาภาวนาเป็นไฉน ? เมื่อพระโยคาวจรทั้งปวงเข้าสมาธิอยู่
ธรรมทั้งหลายที่เกิดในธรรมอันเป็นส่วนเบื้องต้นนั้น มีกิจเป็นอย่าง
เดียวกัน เพราะฉะนั้น ภาวนานี้ จึงชื่อว่าเอสนาภาวนา .
ปฏิลาภภาวนาเป็นไฉน ? เมื่อพระโยคาวจรทั้งปวงเข้าสมาธิแล้ว
ธรรมทั้งหลายที่เกิดในอัปปนานั้น ไม่เป็นไปล่วงกันและกัน เพราะ
ฉะนั้น ภาวนานี้ จึงชื่อว่าปฏิลาภภาวนา.
[๗๐]เอกรสาภาวนาเป็นไฉน ? เมื่อพระโยคาวจรเจริญสัท-
ธินทรีย์ด้วยอรรถว่าน้อมใจเชื่อ อินทรีย์อีก ๔ อย่าง มีกิจอย่างเดียว
กันด้วยสามารถแห่งสัทธินทรีย์ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา ด้วย
อรรถว่าอินทรีย์ทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อพระโยคาวจรเจริญ
วีริยินทรีย์ด้วยอรรถว่าประคองไว้ . . . เมื่อเจริญสตินทรีย์ด้วยอรรถว่าตั้ง