มั่น ... เมื่อเจริญสมาธินทรีย์ด้วยอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน . . . เมื่อเจริญปัญ-
ญินทรีย์ด้วยอรรถว่าเห็น อินทรีย์อีก ๔ อย่าง มีกิจอย่างเดียวกันด้วย
สามารถปัญญินทรีย์ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าอินทรีย์
ทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน.
เมื่อพระโยคาวจรเจริญสัทธาพละ ด้วยอรรถว่าไม่หวั่นไหว
เพราะอสัทธิยะ พละอีก ๔ อย่าง มีกิจอย่างเดียวกันด้วยสามารถสัทธา-
พละ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา เพราะอรรถว่าพละทั้งหลายมีกิจ
เป็นอย่างเดียวกัน เมื่อพระโยคาวจรเจริญวีริยพละ ด้วยอรรถว่าไม่
หวั่นไหวเพราะโกสัชชะ. . . เมื่อพระโยคาวจรเจริญสติพละ. ด้วยอรรถ
ว่าไม่หวั่นไหวเพราะปมาทะ . . .เมื่อพระโยคาวจรเจริญสมาธิพละ ด้วย
อรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะอุทธัจจะ...เมื่อพระโยคาวจรเจริญปัญญาพละ
ด้วยอรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะอวิชชา พละอีก ๔ อย่าง มีกิจเป็น
อย่างเดียวกันด้วยสามารถปัญญาพละ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา
ด้วยอรรถว่าพละทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน.
เมื่อพระโยคาวจรเจริญสติสัมโพชฌงค์ ด้วยอรรถว่าตั้งมั่น
โพชฌงค์อีก ๖ อย่าง มีกิจเป็นอย่างเดียวกันด้วยสามารถสติสัมโพช-
ฌงค์ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าโพชฌงค์ทั้งหลายมีกิจ
เป็นอย่างเดียวกัน เมื่อพระโยคาวจรเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ด้วย
อรรถว่าเลือกเฟ้น ... เมื่อเจริญวีริยสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าประคองไว้...