Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 378

เล่ม มมร. 68 หน้า 378 ข้อ 76
การเจริญธรรมอันเป็นโลกิยะ ชื่อว่า โลกิยา. แม้ท่านจะกล่าวว่า การเจริญธรรมโดยโวหารก็จริง, ถึงดังนั้น ก็ไม่มีการเจริญแยกออก จากธรรมเหล่านั้น. เพราะท่านเจริญธรรมเหล่านั้นนั่นเอ จึงเรียกว่า ภาวนา. บทว่า อุติติณฺณา แปลว่า ข้าม. ชื่อว่า โลกุตฺตรา เพราะอรรถว่า ข้ามไปจากโลกด้วยความไม่เกี่ยวข้องโลก. ชื่อว่า รูปาวจรา เพราะอรรถว่า ท่องเที่ยวไปในรูปอันได้แก่ รูปภพ. กุสล ศัพท์ ในบทว่า รูปาวจรกุสลานํ นี้ ย่อมปรากฏใน ความไม่มีโรค ไม่มีโทษ ฉลาดและสุขวิบาก. ปรากฏในความไม่มีโรค ในบทมีอาทิว่า กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ, กจฺจิ โภโต อนาม๑ยํ - พระ- คุณเจ้าสบายดีหรือ, มีอนามัยดีหรือ. ปรากฏในความไม่มีโทษ ในบท มีอาทิอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็กายสมาจารเป็นกุศล เป็นไฉน ? มหาบพิตรกายสมาจารไม่มีโทษ๒แลเป็นกุศล และในบทมีอาทิว่า ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ข้ออื่นยังมีอยู่อีก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมใน กุศลธรรม๓ นั่นเป็น อนุตริยะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า. ปรากฏใน ความฉลาด ในบทมีอาทิว่า ข้าแต่ราชกุมาร พระองค์เป็นผู้ฉลาด ทรงสำคัญส่วนน้อยใหญ่ของรถเป็นอย่างไร,๔ และในบทมีอาทิว่า หญิง มีความสามารถ มีความสำเหนียก เป็นหญิงฉลาด การฟ้อนและการ ๑. ขุ.ชา. ๒๗/๒๑๓๓. ๒. ม.ม. ๑๓/๕๕๔. ๓. ที.ปา. ๑๑/๗๕. ๔. ม.ม. ๑๓/๙๕.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka