บทว่า เภโท - ความแตก เป็นบทแสดงถึงการเกิดความแตก
ของ จุติขันธ์.
บทว่า อนฺตรธานํ - ความหายไป เป็นบทแสดงถึงความไม่มี
ฐานะ โดยปริยายอย่างใด ๆ ของจุติขันธ์ที่แตกแล้ว ดุจหม้อที่แตก
บทว่า มจฺจุ มรณํ ได้แก่ ความตาย กล่าวคือ ถึงความตาย
มิใช่ตายชั่วขณะ มัจจุผู้ทำที่สุด ชื่อว่า กาละ, การทำกาละนั้น ชื่อว่า
กาลกิริยา. ด้วยเหตุเพียงนี้ ท่านแสดงถึงความตายโดยสมมติ.
บัดนี้ เพื่อแสดงโดยปรมัตถ์ พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า
ขนฺธานํ เภโท - ความแตกแห่งขันธ์. จริงอยู่โดยปรมัตถ์ ขันธ์เท่านั้น
แตก สัตว์ไร ๆ ไม่ตาย. เมื่อขันธ์แตกสัตว์ก็ตาย. จึงมีคำกล่าวว่า
เมื่อขันธ์แตก สัตว์ตายแล้ว. อนึ่ง ในบทนี้พึงทราบความแตกแห่ง
ขันธ์ ด้วยอำนาจของขันธ์ ๔ และขันธ์ ๕. พึงทราบความทอดทิ้ง
ซากศพ ด้วยอำนาจของขันธ์ ๑, พึงทราบความแตกแห่งขันธ์ ด้วย
อำนาจของขันธ์ ๔ พึงทราบการทอดทิ้งซากศพ ด้วยอำนาจสองขันธ์
ที่เหลือ. ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะซากศพ คือ รูปกาย
ยังมีอยู่แม้ในสองภพ. อีกอย่างหนึ่ง เพราะขันธ์แม้ในชั้นจาตุมหา-
ราชิกายังแตกได้, ย่อมไม่ทอดทิ้งอะไร ๆ ไว้. ฉะนั้น ความแตกแห่ง
ขันธ์ ด้วยอำนาจขันธ์เหล่านั้นจึงเป็นการทอดทิ้งซากศพไว้ในมนุษย์
เป็นต้น. อนึ่ง ในบทนี้ท่านกล่าวถึงมรณะเพราะทำการทอดทิ้งซากศพ
ว่า กเฬวรสฺส นิกฺเขโป - การทอดทิ้งซากศพ.