การประชุมธรรมต่างๆ มีผมและขนเป็นต้นนั้นๆ นั่นเอง เพราะไม่
เห็นอะไร ? ที่ควรยึดถืออย่างนี้ว่า เรา หรือ ของเรา ในกาย. อีก
อย่างหนึ่ง พึงเห็นความแม้อย่างนี้ว่า ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย
แม้เพราะพิจารณาเห็นกาย กล่าวคือ การประชุมอาการมีอนิจลักษณะ
เป็นต้น ทั้งหมดอันมีนัยมาแล้วข้างหน้า โดยลำดับมีอาทิว่า ภิกษุย่อม
พิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงในกายนี้, ไม่พิจารณาเห็นโดย
ความไม่เที่ยงเป็นของเที่ยง๑ ดังนี้ นี้เป็นความทั่วไปในสติปัฏฐาน ๔.
บทว่า กาเย กายานุปสฺสี - ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย
ความว่า ภิกษุพิจารณาเห็นกายอย่างหนึ่งๆ ในกายดังที่กล่าวไว้เป็น
ส่วนมาก มีกองอัสสาสะ และกองปัสสาสะเป็นต้น.
บทว่า วิหรติ นี้แสดงถึงการบำเพ็ญวิหารธรรมอย่างใดอย่าง
หนึ่งในวิหารธรรม คือ อิริยาบถ ๔. อธิบายว่า ภิกษุเปลี่ยนความ
เมื่อยในอิริยาบถหนึ่ง ด้วยอิริยาบถอื่นแล้วนำตนที่ยังซบเซาอยู่ให้คล่อง
แคล่ว.
คำว่า อาตาปี - มีความเพียรนี้ แสดงถึงการบำเพ็ญความเพียร
กำหนดกาย. อธิบายว่า ภิกษุนั้นเป็นผู้ประกอบด้วยความเพียรที่ท่าน
กล่าวว่า อาตาโป เพราะเผากิเลสในภพ ๓ ในสมัยนั้น, ฉะนั้นท่านจึง
กล่าวว่า อาตาปี - มีความเพียร.
๑. ขุ. ป. ๓๑/๗๒๗.