บทว่า สมฺปชาโน - มีสัมปชัญญะ คือ เป็นผู้ประกอบด้วยญาณ
อันได้แก่ สัมปชัญญะอันกำหนดกาย.
บทว่า สติมา - มีสติ คือ เป็นผู้ประกอบด้วยสติกำหนดกาย.
ก็เพราะภิกษุนี้กำหนดอารมณ์ด้วยสติแล้วพิจารณาเห็นด้วยปัญญา. จริง
อยู่ ผู้ไม่มีสติจะพิจารณาเห็นไม่ได้เลย. ด้วยเหตุนั้นแหละ พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าจึงตรัสว่า สติญฺจ ขฺวาหํ ภิกฺขเว สพฺพตฺถิกํ วทามิ๑- ดูก่อน-
ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวสติแลมีประโยชน์ในที่ทั้งปวง. - ฉะนั้นใน
บทนี้ท่านจึงกล่าวถึงกรรมฐาน คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ด้วย
ข้อความเพียงเท่านี้ว่า กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ - ภิกษุพิจารณา
เห็นกายในกายอยู่ดังนี้.
อีกอย่างหนึ่ง เพราะไม่มีความเพียรเป็นผู้หดหู่ในภายใน เป็นผู้
ทำอันตราย, ผู้ไม่มีสัมปชัญญะย่อมหลงในการกำหนดอุบาย และใน
การเว้นสิ่งไม่เป็นอุบาย. ผู้มีสติหลงใหลย่อมไม่สามารถในการไม่สละ
อุบาย และในการไม่กำหนดสิ่งไม่เป็นอุบาย ฉะนั้น, ด้วยเหตุนั้น
กรรมฐานนั้นจึงไม่สำเร็จ แก่ภิกษุนั้น, ฉะนั้นกรรมฐานเป็นย่อมสำเร็จ
ด้วยอานุภาพของธรรมเหล่าใด เพื่อแสดงถึงธรรมเหล่านั้น พึงทราบ
ว่าท่านจึงกล่าวบทนี้ว่า อาตาปี สมฺปชาโน สติมา - ภิกษุมีความ
เพียร มีสัมปชัญญะ มีสติดังนี้.
๑. สํ.มหา. ๑๙/๕๕๒.