เป็นไปไม่ได้, เหมือนเมื่อความมืดยังมีอยู่และประทีปก็ยังส่องไปไม่ได้.
การบรรลุฌานนั้นด้วยการละกามเหล่านั้น เหมือนการถึงฝั่งนอกด้วย
การสละฝั่งใน, ฉะนั้น จึงทำความแน่นอน.
ในบทนั้นพึงมีคำถามว่า เพราะเหตุไรท่านจึงกล่าวการบรรลุนี้
ไว้ในบทก่อน, ไม่กล่าวไว้ในบทหลังเล่า, ภิกษุแม้ไม่สงัดจากอกุศล-
ธรรม ก็ยังจะเข้าฌานได้หรือ ? ข้อนั้นไม่ควรเห็นอย่างนั้น. เพราะ
ท่านกล่าวการบรรลุนั้นไว้แล้วในบทก่อน เพราะการสลัดออกจากกาม
นั้น. อนึ่ง ฌานนี้เป็นการสลัดออกไปแห่งกามทั้งหลาย เพราะก้าว
ล่วงกามธาตุ และเพราะเป็นปฏิปักษ์ของกามราคะ. ดังที่พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสไว้ว่า กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺ๑มํ - เนกขัมมะ
เป็นการสลัดออกจากกามทั้งหลาย. แม้ในบทหลังก็พึงกล่าวเหมือน
อย่างที่ท่านนำ เอว อักษรมากล่าวไว้ในบทนี้ว่า อิเธว ภิกฺขเว
สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ๒- ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะมีใน
ศาสนานี้เท่านั้น, สมณะที่สองก็มีในศาสนานี้.
เพราะไม่สงัดจกกอกุศลธรรมอันได้แก่นิวรณ์ แม้อื่นจากนี้ก็ไม่
อาจเข้าฌานได้, ฉะนั้น พึงเห็นความแม้ในสองบทอย่างนี้ว่า วิวิจฺเจว
กาเมหิ วิวิจฺเจว อกุสเลหิ - สงัดจากกามนั่นแล สงัดจากอกุศลนั่นแล
ดังนี้. ตทังควิเวก วิกขัมภนวิเวก สมุจเฉทวิเวก ปฏิปัสสัทธิวิเวก
นิสสรณวิเวก และจิตตวิเวก กายวิเวก อุปธิวิเวก ย่อมสงเคราะห์
๑. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๐. ๒. ม. มู. ๑๒/๑๕๔.