แม้มรรค ก็เป็นอย่างเดียวโดยควรทำให้เกิด, เป็น ๒ อย่าง
โดยประเภทแห่งสมถะและวิปัสสนา, หรือโดยประเภทแห่งทัศนะและ
ภาวนา, เป็น ๓ อย่าง โดยประเภทแห่งขันธ์ ๓. จริงอยู่มรรคนี้
เพราะเป็นสัปปเทสธรรม จึงสงเคราะห์ด้วยขันธ์ ๓ ( สีลขันธ์ สมาธิ-
ขันธ์ ปัญญาขันธ์) ที่เป็นนิปปเทสธรรม ดุจเมืองสงเคราะห์รวมเข้า
ด้วยราชอาณาจักร ฉะนั้น ดังที่ท่านกล่าวว่า
ดูก่อนอาวุโสวิสาขะ ขันธ์ ๓ ไม่สงเคราะห์
เข้าด้วยมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นอริยะ. ดูก่อนอาวุโส
วิสาขะ มรรคมีองค์ ๘ อันเป็นอริยะ สงเคราะห์
เข้าด้วยขันธ์ ๓. ดูก่อนอาวุโสวิสาขา ธรรมเหล่านี้
คือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต และสัมมาอาชีโว
สงเคราะห์เข้าในศีลขันธ์. ธรรมเหล่านี้ คือ สัม-
มาวายาโม สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ สงเคราะห์
เข้าในสมาธิขันธ์. ธรรมเหล่านี้ คือ สัมมาทิฏฐิ
สัมมาสังกัปปะ สงเคราะห์เข้าในปัญญาขัน๑ธ์. มรรค
๔ อย่าง สงเคราะห์ด้วยโสดาปัตติมรรคเป็นต้น.
อีกอย่างหนึ่ง สัจจะทั้งหมดเป็นอย่างเดียวกัน เพราะความเป็น
สิ่งจริงแท้, หรือ เพราะความเป็นสิ่งควรรู้ยิ่ง. เป็น ๒ อย่าง โดย
เป็นโลกิยะและโลกุตระ หรือโดยเป็นสังขตะและอสังขตะ. เป็น ๓
๑. ม. มุ ๑๒/๕๐๘.