Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 697

เล่ม มมร. 68 หน้า 697 ข้อ 114
สละคืน, มิใช่ถือเอา. ท่านอธิบายไว้อย่างไร ? การพิจารณาเห็นความ ไม่เที่ยงเป็นต้นนี้ ท่านกล่าวว่า เป็นการสละคืนด้วยการบริจาค และ สละคืนด้วยการแล่นไป เพราะสละกิเลสด้วยอภิสังขารถือขันธ์กับด้วย ตทังคปหานะ และเพราะความแล่นไป เพราะน้อมญาณนั้นไปใน นิพพานอันตรงกันข้ามกับกิเลสนั้นด้วยการเห็นโทษของสังขตะ. เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้ประกอบด้วยอนุปัสนานั้น ย่อมบริจาค- สละกิเลสทั้งหลาย โดยนัยดังกล่าวแล้ว และย่อมแล่นไปในนิพพาน. ไม่ยึดถือกิเลสด้วยทำให้เกิดขึ้น. ไม่ยึดถือสังขตะเป็นอารมณ์ด้วยการ ไม่ชี้ถึงโทษ. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปฏินิสฺสชฺชติ, ใน อาทิยติ - ย่อมสละคืน, ย่อมไม่ยึดถือ. บัดนี้ เพื่อแสดงการละธรรมด้วยญาณเหล่านั้นของพระโยคาวจร นั้น พระสารีบุตรจึงกล่าวบทมีอาทิว่า อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺํ ปชหติ - พระโยคาวจรเมื่อพิจารณาเห็นโดยความไม่เที่ยง ย่อมสละนิจสัญญา ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า นนฺทึ - ความพอใจ ได้แก่ ตัณหา พร้อมด้วยปีติ. บทว่า ราคํ - ความกำหนัด ได้แก่ ตัณหาที่เหลือ. บทว่า สมุทยํ - ความเกิดขึ้น ได้แก่ ความเกิดขึ้นแห่งราคะ. อีก อย่างหนึ่ง ได้แก่ ความเกิดขึ้นแห่งรูป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka