บทว่า อภินิหาโร เป็นปฐมาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งฉัฏฐิ
วิภัตติ. คือ อภินิหารสฺส - แห่งความน้อมไป. พึงทราบว่า ท่านทำ
เป็นวิภัตติวิปลาส ดุจในบทว่า โส เทโส สมฺมชฺชิตฺวา - กวาดที่
พื้นที่นั้น.
บทว่า จิตฺตํ กิลิสฺสติ - จิตเศร้าหมอง ได้แก่ จิตเศร้าหมอง
ด้วยกิเลส คือ โลภะได้ในบทว่า วิปสฺสนานิกํ เป็นข้าศึกแห่งวิปัสสนา
อธิบายว่า ทำให้เดือดร้อนทำให้ลำบาก.
บทว่า ภาวนาย ปริปนฺโถ โหติ - มีอันตรายแห่งภาวนา ได้แก่
กำจัดวิปัสสนาภาวนาที่ได้แล้ว.
บทว่า ปฏิเวธสฺส อนฺตราโย โหติ - มีอันตรายแห่งปฏิเวธ
ได้แก่ เป็นอันตรายแก่การได้สัจปฏิเวธที่ควรได้ด้วยวิปัสสนาภาวนา.
บทว่า อายตึ ปฏิสนฺธิยา ปจฺจโย โหติ - มีปัจจัยแห่งปฏิสนธิ
ต่อไป ความว่า เมื่อกรรมนั้นให้สุคติปฏิสนธิ เพราะกรรมสัมปยุต
ด้วยสังขารุเบกขามีกำลัง กิเลส คือโลภะ กล่าวคือ ความยินดีมีปัจจัย
แห่งสุคติปฏิสนธิ เป็นกามาวจรในอนาคต เพราะกรรมมีกิเลสเป็น
สหาย ย่อมยังวิบากให้เกิด. ฉะนั้น กรรมจึงเป็นชนกปัจจัย. กิเลส
เป็นอุปถัมภกปัจจัย.
อนึ่ง บทว่า อุตฺตริปฏิเวธสฺส - แห่งปฏิเวธในมรรคชั้นสูง
ได้แก่ สัจปฏิเวธด้วยอำนาจสกทาคามิมรรคเป็นต้นของพระเสกขะ.