Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 733

เล่ม มมร. 68 หน้า 733 ข้อ 135
วิหาร. เมื่อเห็นปณิธิ โดยความน่ากลัว ย่อม เห็นความเสื่อมถูกต้องแล้ว ๆ ย่อมเห็นความเสื่อม เพราะมีจิตน้อมไปในอัปปณิหิตนิพพาน ชื่อว่า อัปปณิหิตวิหาร๑. จิตของพระอรหันต์นั่นแล ย่อมเป็นไปในอำนาจโดยอาการทั้งปวง โดย ความมีฉฬังคุเบกขา และโดยมีวิหารธรรมมีความสำคัญในสิ่งปฏิกูลว่า ไม่เป็นปฏิกูลเป็นต้น, จากนั้นท่านอธิบายว่า วิปัสสนาวิหารย่อมสำเร็จ แก่พระอรหันต์เท่านั้น.ในบทนี้ว่า วีตราโค สงฺขารุเปกฺขํ วิปสฺสติ - ผู้ปราศจากราคะย่อมเห็นแจ้งสังขารุเบกขา มีความว่า วิปัสสนายังไม่ ถึงภัย ๓ อย่าง และอธิมุตติ ๓ อย่าง พึงทราบว่า เป็นวิปัสสนาสิ้น เชิง. เมื่อเป็นอย่างนั้นย่อมมีความวิเศษทั้งก่อนและหลัง. บัดนี้ พระสารีบุตรประสงค์จะแสดงประเภทของความเป็นอัน เดียวกันและความต่างกันแห่งสังขารุเบกขา ด้วยสามารถบุคคล ๒ - ๓ ประเภท จึงกล่าวบทมีอาทิว่า กถํ ปุถุชฺชนสฺส จ เสกฺขสฺส. ในบทเหล่านั้น บทว่า จิตฺตสฺส อภินีหาโร เอกตฺตํ โหติ - ความน้อมไปแห่งจิตเป็นอย่างเดียวกัน คือ เป็นอันเดียวกัน. พึงทราบ ว่า เป็น ภาววจนะ ลงใน สกัตถะ. ท่านกล่าวว่า อิทปฺปจฺจยตา ก็เหมือน อิทปฺปจฺจยา. เอกตฺตํ ก็คือ เอโก นั่นเอง. ๑. ขุ. ปะ. ๓๑/๒๐๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka