Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 762

เล่ม มมร. 68 หน้า 762 ข้อ 147
เพราะอรรถว่าเข้าไปเพ่งลักษณะอันเป็นสภาวสามัญ. โลกุตระ ชื่อว่า ฌาน เพราะอรรถว่าเข้าไปเพ่งลักษณะที่จริงแท้ในนิพพาน. แต่ในที่ นี้ท่านกล่าวถึงฌานทั่วไป แม้ด้วยโคตรภูว่า ฌาน เพราะอรรถว่าไม่ แตะต้องสภาพอันเป็นลักขณูปนิชฌาน แล้วเผากิเลสโดยไม่ทั่วไป. อนึ่ง ในที่นี้สภาพแห่งวิโมกข์ เป็นสภาพน้อมไปด้วยดี ในอารมณ์ คือ นิพ- พาน และสภาพอันพ้นด้วยดีจากกิเลสทั้งหลาย. บทว่า สมาหิตฺวา ยถา เจ ปสฺสติ - ถ้าพระโยคาวจรตั้ง ใจมั่นดีแล้ว ย่อมเห็นแจ้งฉันใด ความว่า พระโยคาวจรทำความตั้งจิต มั่นก่อนด้วยสมาธิอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาอัปปนาสมาธิ อุปจารสมาธิ และขณิกสมาธิ แล้วเห็นแจ้งในภายหลัง. เจ ศัพท์ เป็นสมุจจยัตถะ - มีอรรถว่ารวบรวม ย่อมรวบรวมวิปัสสนา. บทว่า วิปสฺสมาโน ตถา เจ สมาทเย - ถ้าเมื่อเห็นแจ้ง ก็พึงตั้งใจไว้ให้มั่นคงฉันนั้น ความว่า ชื่อว่าวิปัสสนานี้ เป็นวิปัสสนา เศร้าหมอง ไม่มีความพอใจ, อนึ่ง ชื่อว่าสมถะเป็นสมถะที่ละเอียด ความพอใจ, เพราะฉะนั้นพระโยคาวจรเมื่อเห็นแจ้ง พึงตั้งจิตอัน เศร้าหมองด้วยวิปัสสนานั้น เพื่อความเยื่อใย. อธิบายว่า พระโยคา เมื่อเห็นแจ้งเข้าสมาธิอีก แล้วพึงทำการตั้งใจเหมือนอย่างกระทำวิปัสส- นา. เจ ศัพท์ในที่นี้ย่อมรวบรวมการตั้งมั่นไว้. เจ อักษรท่านทำด้วย การเป็นไปตามคาถาประพันธ์, แต่ความก็คือ จ อักษรนั่นเอง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka