Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 6 หน้าที่ 30

เล่ม มมร. 6 หน้า 30 ข้อ 8
สัตว์เหล่าอื่นก็จะไม่พึงรู้ทั่วถึงธรรมของเรา ข้อนั้น จะพึงเป็นความเหน็ด เหนื่อยเปล่าแก่เรา จะพึงเป็นความลำบากเปล่าแก่เรา. อนึ่ง อนัจฉริยคาถาเหล่านี้ ที่ไม่เคยได้สดับ ในกาลก่อน ปรากฏแก่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าดังนี้:- อนัจฉริยคาถา บัดนี้ เรายังไม่ควรจะประกาศธรรม ที่เราได้บรรลุแล้วโดยยาก เพราะธรรมนี้อัน สัตว์ผู้อันราคะและโทสะครอบงำแล้วไม่ตรัส รู้ได้ง่าย สัตว์ผู้อันราคะย้อมแล้วถูกกอง อวิชชาหุ้มห่อแล้ว จักไม่เห็นธรรมอันละ- เอียดลึกซึ้ง ยากที่จะเห็น ละเอียดยิ่ง อัน จะยังสัตว์ให้ถึงธรรมที่ทวนกระแส คือพระ นิพพาน. เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพิจารณาเห็นอยู่ ดังนี้ พระทัยก็น้อมไป เพื่อความขวนขวายน้อย ไม่น้อมไปเพื่อทรงแสดงธรรม. พรหมยาจนกถา เรื่องพรหมทูลอารธนา [๘] ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบพระปริวิตกแห่งจิตของพระผู้- มีพระภาคเจ้าด้วยใจของตนแล้วเกิดความปริวิตกว่า ชาวเราผู้เจริญ โลกจักฉิบ หายหนอ โลกจักวินาศหนอ เพราะตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงน้อม พระทัยไปเพื่อความขวนขวายน้อย ไม่ทรงน้อมพระทัยไปเพื่อทรงแสดงธรรม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka