Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 6 หน้าที่ 31

เล่ม มมร. 6 หน้า 31 ข้อ 8
ลำดับนั้น ท้าวสหับดีพรหมได้หายไปในพรหมโลก มาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดุจบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้ หรือคู้ แขนที่เหยียดฉะนั้น ครั้นแล้วห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่าคุกชาณุมณฑลเบื้องขวา ลงบนแผ่นดิน ประณมอัญชลีไปทางพระผู้มีภาคเจ้าแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มี. พระภาคเจ้าว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดทรงแสดงธรรม ขอพระสุคตได้โปรดทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีในจักษุ น้อยมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมี. ท้าวสหัมบดีพรหมได้กราบทูลดังนี้แล้ว จึงกราบทูลเป็นประพันธคาถา ต่อไปว่า:- พรหมนิคนคาถา เมื่อก่อนธรรมไม่บริสุทธิ์อันคนมี มลทินทั้งหลาย คิดแล้วได้ปรากฏในมคธชน- บท ขอพระองค์ได้โปรดทรงเปิดประตูแห่ง อมตธรรมนี้ ขอสัตว์ทั้งหลายจงฟังธรรมที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้หมดมลทินตรัสรู้ แล้วตามลำดับ เปรียบเหมือนบุรุษมีจักษุยืน อยู่บนยอดภูเขา ซึ่งล้วนแล้วด้วยศิลา พึง เห็นชุมชนได้โดยรอบฉันใด ข้าแต่พระองค์ ผู้มีปัญญาดี มีพระปัญญาจักษุรอบคอบ ขอ พระองค์ผู้ปราศจากความโศกจงเสด็จขั้น สู่ ปราสาท อันสำเร็จด้วยธรรม แล้วทรง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka