Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 893

เล่ม มมร. 68 หน้า 893 ข้อ 225
ภิกษุนั้นเข้าอากิญจัญญายตนะอย่างนี้แล้ว ครั้นออกแล้วทำบุพกิจนี้ ย่อมเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะได้ ครั้นล่วงเลยวารจิตหนึ่ง หรือ สองแล้วเป็นอจิตตกะ ย่อมถูกต้องนิโรธได้. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร จิตเหนือ คือเกินจิตสองดวงจึงเป็นไปไม่ได้เล่า.๑ ตอบว่า เพราะเป็น ปโยคะแห่งนิโรธ. จริงอยู่ การทำสมถะและวิปัสสนาทั้งสองของภิกษุ นั้นให้เป็นยุคนัทธะคือธรรมที่เทียมคู่นี้ แล้วขึ้นสู่สมาบัติ ๘ เป็นความ ขวนขวายของนิโรธตามลำดับ. มิใช่เพราะเนวสัญญานาสัญญายตน- สมาบัติ เพราะเหตุนั้นจิตทั้งหลาย จึงไม่เป็นไปเหนือจิตสองดวงเพราะ เป็นปโยคะแห่งนิโรธ. บทว่า กถํ - านํ - ตั้งอยู่อย่างไร คือ ตั้งอยู่ด้วยสามารถกำหนด กาลแห่งสมาบัตินั้นที่เข้าถึงพร้อมแล้วอย่างนี้ และด้วยไม่มีอายุขัย การ รอท่าของสงฆ์และการตรัสเรียกหาของพระศาสดาในระหว่าง. บทว่า กถํ วุฏฺานํ - ออกอย่างไร ได้แก่ ออก ๒ อย่างนี้ คือ ด้วยอนาคามิผลสมาบัติ ๑ ด้วยอรหัตผลสมาบัติของพระอรหันต์ ๑. บทว่า วุฏฺิตสฺส กินฺนินฺนํ จิตฺตํ โหติ - จิตของผู้ออกแล้ว น้อมไปสู่อะไร ความว่า น้อมไปสู่นิพพาน. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ว่า ๑. หมายความว่า ในขณะที่จะเข้านิโรธสมาบัติ จตุตถอรูปสมาบัติเกิดขึ้น ๒ ครั้ง แล้วก็ถึงนิโรธ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka