ภิกษุนั้นเข้าอากิญจัญญายตนะอย่างนี้แล้ว ครั้นออกแล้วทำบุพกิจนี้
ย่อมเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะได้ ครั้นล่วงเลยวารจิตหนึ่ง หรือ
สองแล้วเป็นอจิตตกะ ย่อมถูกต้องนิโรธได้. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร
จิตเหนือ คือเกินจิตสองดวงจึงเป็นไปไม่ได้เล่า.๑ ตอบว่า เพราะเป็น
ปโยคะแห่งนิโรธ. จริงอยู่ การทำสมถะและวิปัสสนาทั้งสองของภิกษุ
นั้นให้เป็นยุคนัทธะคือธรรมที่เทียมคู่นี้ แล้วขึ้นสู่สมาบัติ ๘ เป็นความ
ขวนขวายของนิโรธตามลำดับ. มิใช่เพราะเนวสัญญานาสัญญายตน-
สมาบัติ เพราะเหตุนั้นจิตทั้งหลาย จึงไม่เป็นไปเหนือจิตสองดวงเพราะ
เป็นปโยคะแห่งนิโรธ.
บทว่า กถํ - านํ - ตั้งอยู่อย่างไร คือ ตั้งอยู่ด้วยสามารถกำหนด
กาลแห่งสมาบัตินั้นที่เข้าถึงพร้อมแล้วอย่างนี้ และด้วยไม่มีอายุขัย การ
รอท่าของสงฆ์และการตรัสเรียกหาของพระศาสดาในระหว่าง.
บทว่า กถํ วุฏฺานํ - ออกอย่างไร ได้แก่ ออก ๒ อย่างนี้
คือ ด้วยอนาคามิผลสมาบัติ ๑ ด้วยอรหัตผลสมาบัติของพระอรหันต์ ๑.
บทว่า วุฏฺิตสฺส กินฺนินฺนํ จิตฺตํ โหติ - จิตของผู้ออกแล้ว
น้อมไปสู่อะไร ความว่า น้อมไปสู่นิพพาน. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า
๑. หมายความว่า ในขณะที่จะเข้านิโรธสมาบัติ จตุตถอรูปสมาบัติเกิดขึ้น ๒ ครั้ง
แล้วก็ถึงนิโรธ.