พระสารีบุตรเถระ ครั้นแสดงความหมาย ด้วยอำนาจกิเลสไว้
แผนกหนึ่ง ๆ แล้ว เพื่อจะแสดงถึงกิเลสที่กล่าวไว้แล้ว และกิเลสอื่น
ที่ยังมิได้กล่าวไว้ ด้วยสงเคราะห์เข้ากันทั้งหมด จึงกล่าวบทมีอาทิว่า
สพฺเพ กิเลสา - กิเลสทั้งปวง.
ในบทเหล่านั้น ชื่อว่า กิเลส เพราะอรรถว่ายังสัตว์ให้
เศร้าหมอง ให้เดือดร้อน ให้ลำบาก ในภพนี้และภพหน้า. ทั้งที่
สงเคราะห์เข้าในอกุศลกรรมบถ ทั้งที่มิได้สงเคราะห์เข้า. ชื่อว่า ทุจริต
เพราะอรรถว่าประพฤติด้วยความชั่ว หรือประพฤติชั่ว.
ทุจริตนั้น มี ๓ ประการ คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑
มโนทุจริต ๑. ชื่อว่า อภิสงฺขารา เพราะอรรถว่าปรุงแต่งวิบาก.
อภิสังขารก็มี ๓ ประการ คือ
ปุญญาภิสังขาร - อภิสังขาร คือ บุญ ๑
อปุญญาภิสังขาร - อภิสังขาร คือ บาป ๑.
อาเนญชาภิสังขาร - อภิสังขาร คือ ความไม่หวั่นไหว ๑.
ชื่อว่า ภวคามิโน เพราะอรรถว่าสัตว์ไปสู่ภพ ด้วยอำนาจ
วิบาก. กรรมอันเป็นเหตุให้สัตว์ไปสู่ภพ ชื่อว่า ภวคามิกมฺมา. ด้วย
บทนี้ แม้เมื่อความเป็นอภิสังขารมีอยู่ ก็เป็นอันห้ามกรรมที่ยังมิได้เสวย.
นี้ เป็นความต่างกันด้วยประการฉะนี้.
บทว่า ทุจฺจริตา และ กมฺมา เป็นลิงควิปลาศ.