Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1080

เล่ม มมร. 68 หน้า 1080 ข้อ 283
มีอาทิว่า เอเต วา ปน ที่สุดสองอย่างเหล่านี้แล้วแสดงสันดานสัตว์ อันอกุศลที่เหลือและกุศลที่เหลืออบรมแล้วด้วยบทมีอาทิว่า กามํ เส- วนฺตญฺเว - บุคคลผู้เสพกาม - ในบทนั้นพึงประกอบว่า พระตถาคต ทรงทราบบุคคลผู้เสพกาม. บทว่า เสวนฺตญฺเว คือ ผู้เสพด้วยการประพฤติเนือง ๆ. ชื่อว่า กามครุโก เพราะมีกิเลสกามหนักด้วยเสพมาในปางก่อน. ชื่อว่า กามาสุโย เพราะน้อมกามในสันดานเป็นที่อาศัย. ชื่อว่า กามาธิมุตฺโต เพราะน้อม คือ ติดในกามด้วยอำนาจ สันดานนั้นแหละ. แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน. คำว่า เนกขัมมะ เป็นต้น มีอรรถดังได้กล่าวแล้ว. พึงทราบ ว่า อกุศลที่เหลือ ท่านถือเอาด้วยกิเลส ๓ อย่างมีกามเป็นต้น. กุศลที่ เหลือท่านถือเอาด้วยคุณธรรม ๓ อย่างมีเนกขัมมะเป็นต้น. พระสารี- บุตรเถระแสดงสันดานที่ท่านกล่าว ๓ อย่าง ว่านี้เป็นกิเลสอันนอนเนื่อง ของสัตว์ทั้งหลาย. ส่วนในนิทเทสนี้มีนัยแห่งอรรถกถาดังต่อไปนี้. บทว่า อิติ ภวทิฏฺสนฺนิสฺสิตา วา - สัตว์ทั้งหลายอาศัยทิฏฐิในภพด้วยอาการอย่าง นี้ คือ อาศัยสัสสตทิฏฐิอย่างนี้. จริงอยู่ ในที่นี้ท่านกล่าวสัสสตทิฏฐิ ว่าเป็น ภวทิฏิ. และกล่าวอุจเฉททิฏฐิว่าเป็น วิภวทิฏฺิ. เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka