มีอาทิว่า เอเต วา ปน ที่สุดสองอย่างเหล่านี้แล้วแสดงสันดานสัตว์
อันอกุศลที่เหลือและกุศลที่เหลืออบรมแล้วด้วยบทมีอาทิว่า กามํ เส-
วนฺตญฺเว - บุคคลผู้เสพกาม - ในบทนั้นพึงประกอบว่า พระตถาคต
ทรงทราบบุคคลผู้เสพกาม.
บทว่า เสวนฺตญฺเว คือ ผู้เสพด้วยการประพฤติเนือง ๆ.
ชื่อว่า กามครุโก เพราะมีกิเลสกามหนักด้วยเสพมาในปางก่อน.
ชื่อว่า กามาสุโย เพราะน้อมกามในสันดานเป็นที่อาศัย.
ชื่อว่า กามาธิมุตฺโต เพราะน้อม คือ ติดในกามด้วยอำนาจ
สันดานนั้นแหละ. แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
คำว่า เนกขัมมะ เป็นต้น มีอรรถดังได้กล่าวแล้ว. พึงทราบ
ว่า อกุศลที่เหลือ ท่านถือเอาด้วยกิเลส ๓ อย่างมีกามเป็นต้น. กุศลที่
เหลือท่านถือเอาด้วยคุณธรรม ๓ อย่างมีเนกขัมมะเป็นต้น. พระสารี-
บุตรเถระแสดงสันดานที่ท่านกล่าว ๓ อย่าง ว่านี้เป็นกิเลสอันนอนเนื่อง
ของสัตว์ทั้งหลาย.
ส่วนในนิทเทสนี้มีนัยแห่งอรรถกถาดังต่อไปนี้. บทว่า อิติ
ภวทิฏฺสนฺนิสฺสิตา วา - สัตว์ทั้งหลายอาศัยทิฏฐิในภพด้วยอาการอย่าง
นี้ คือ อาศัยสัสสตทิฏฐิอย่างนี้. จริงอยู่ ในที่นี้ท่านกล่าวสัสสตทิฏฐิ
ว่าเป็น ภวทิฏิ. และกล่าวอุจเฉททิฏฐิว่าเป็น วิภวทิฏฺิ. เพราะ