Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1135

เล่ม มมร. 68 หน้า 1135 ข้อ 285
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า น โส ชาโต นาโหสิ คือ อัตตานั้น ไม่เกิด มิได้มีแล้วแม้ในอดีต เพราะเกิดทุกเมื่อ. แม้ในอนาคตไม่เกิด จักไม่มี. อนุสัยทั้งหลายมีอรรถดังได้กล่าวแล้ว. บทว่า สตฺตหิ สญฺโชเนหิ - ถูกสังโยชน์ ๗ คล้องไว้ ท่าน กล่าวไว้แล้วในสัตตกนิบาต. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์ ๗ เหล่านี้. สังโยชน์ ๗ เป็นไฉน ? อนุนยสังโยขน์ ๑ ปฏิฆ- สังโยชน์ ๑ ทิฏฐิสังโยชน์ ๑ วิจิกิจฉาสังโยชน์ มานสังโยชน์ ๑ ภวราคสังโยชน์ ๑ อวิชชาสัง- โยชน์ ๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์ ๗ เหล่านี้แล.๑ ในบทเหล่านั้น บทว่า อนุนยสญฺโชนํ ได้แก่ กามราค- สังโยชน์. สังโยชน์เหล่านี้ทั้งหมดเรียกว่า สัญโญชน์ เพราะเป็นกิเลส เครื่องผูก. บทว่า สตฺตหิ มาเนหิ โลกสันนิวาสฟูขึ้นเพราะมานะ ๗ ท่านกล่าวไว้แล้วในขุททกวัตถุวิภังค์. จริงอยู่ ในวิภังค์นั้นพระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ๑. องฺ. สตฺตก. ๒๓/๘.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka