ออกจากวุฏฐานคามินี คือ ออกจากอาบัติ. แต่นั้นท่านตั้งอยู่ในความ
บริสุทธิ์แล้วจึงโจทผู้อื่น.
บทว่า อญฺเนญฺํ ปฏิจรติ - พูดจากลบเกลื่อน คือ ปกปิด
เหตุอื่นด้วยเหตุอื่น หรือปกปิดคำพูดด้วยคำอื่น. โจทก์กล่าวว่า ท่าน
ต้องอาบัติแล้ว. ภิกษุนั้นกล่าวว่า ใครต้องอาบัติ ต้องอาบัติอะไร ๆ ต้อง
อาบัติในข้อไหน ต้องอาบัติอย่างไร. ท่านกล่าวอะไร ๆ เมื่อโจทก์กล่าว
ว่า อาบัติอะไร ท่านก็เห็นอยู่แล้ว. ภิกษุนั้นกล่าวว่า เราไม่ได้ยิน
แล้วเอียงหูเข้าไป.
บทว่า พหิทฺธา กถํ อปนาเมติ - พูดนอกเรื่อง คือ เมื่อ
โจทก์ถามว่า ท่านต้องอาบัติข้อนี้หรือ. ภิกษุกล่าวว่า ผมจะไปเมือง
ปาตลิบุตร. เมื่อโจทก์พูดซ้ำว่า ผมไม่ได้ถามถึงการไปเมืองปาตลิบุตร
ของคุณ. ผมถามอาบัติ. ภิกษุนั้นกล่าวว่า ต่อแต่นั้นผมจะไปพระราช-
มนเทียร. เมื่อโจทก์กล่าวว่า คุณจะไปพระราชมนเทียร หรือจะไป
เรือนพราหมณ์ก็ตาม. คุณต้องอาบัติแล้ว. ภิกษุนั้นกล่าวคำเป็นอาทิว่า
ผมจะได้เนื้อสุกรในที่นั้น พูดนอกเรื่องไป .
บทว่า โกปํ คือ ความโกรธ บทว่า โทสํ คือ ความประ-
ทุษร้าย. บทที่สองนี้เป็นชื่อของความโกรธนั่นแหละ.