Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1139

เล่ม มมร. 68 หน้า 1139 ข้อ 285
ข้อต่อไป ภิกษุ ฯลฯ กล่าวอย่างนี้ว่า โธ่เอ๋ย พวกท่านจะมาวุ่นวายหนักหนาอะไรกะผม. บัดนี้ ผมจะบอกคืนสิกขาลาสึกอยู่แล้ว. ภิกษุนั้นก็สึก แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า บัดนี้พวกท่านจงดีใจเถิด. นี้ เป็นบุรุษโทษข้อที่ ๘.๑ ในบทเหล่านั้นบทว่า ปุริสโทสา คือ โทษของบุรุษ. ชื่อว่า โทษ เพราะประทุษร้ายสันดานบุรุษ. บทว่า น สรามิ คือ ภิกษุนั้น แก้ตัวปลดเปลื้อง ด้วยไม่มีสติว่า ผมจำไม่ได้ ไม่สนใจถึงกรรมที่ผม ทำไป. บทว่า โจทกํเยว ปฏิปฺผรติ คือ ซัดโต้โจทก์. ตั้งอยู่โดย ความเป็นลิ่มตอบ.๒ บทว่า กินฺนุ โข ตุยฺหํ คือ ท่านแสดงว่าประโยชน์ อะไรที่จะพูดกับท่านผู้โง่ไม่ฉลาด, ท่านไม่รู้วัตถุ ไม่รู้อาบัติ ไม่รู้การ โจท. ทับถมว่า แม้ท่านก็ไม่รู้อะไร ๆ ยังอยากจะพูด. บทว่า ปจฺจาโรเปติ - ยกโทษขึ้น คือ กล่าวบทมีอาทิว่า แม้ ท่านแหละชื่อว่ายกโทษขึ้น คือ ปรับอาบัติ. บทว่า ปฎิกโรหิ - ทำคืน ท่านแสดงไว้ว่า ท่านจงแสดงเทศนาคามินี คือ การแสดงอาบัติ ท่านจง ๑. อภิ. วิ. ๓๕/๑๐๑๗. ๒. ในสัมโมหะว่า ตั้งอยู่โดยความกล่าวอย่างฉับไว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka