Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 471

เล่ม มมร. 69 หน้า 471 ข้อ 543
บทว่า วิมุตฺตฏฺเน ด้วยความหลุดพ้น คือด้วยความปราศจาก เครื่องผูกพัน. บทว่า อนาสวฏฺเน ด้วยความไม่มีอาสวะ คือ แม้เมื่อมีการ พ้นจากเครื่องผูกพันแล้วก็ด้วยความปราศจากอาสวะอันทำอารมณ์ยังเป็นไปอยู่. บทว่า ตรณฏฺเน ด้วยความเป็นเครื่องข้าม คือด้วยความไม่จมแล้วลอนไป. บทว่า อนิมิตฺตฏฺเน ด้วยความไม่มีนิมิต คือด้วยความปราศจากสังขารนิมิต. บทว่า อปฺปณิหิตฏฺเน ด้วยความไม่มีที่ตั้งคือ ด้วยความปราศจาก ที่ตั้ง. บทว่า สุญฺตฏเน ด้วยความว่างเปล่า คือด้วยความปราศจากเครื่อง ยึด. บทว่า เอกรสฏฺเน ด้วยความเป็นธรรมมีกิจเป็นอันเดียวกัน คือด้วย กิจอย่างเดียวกัน. บทว่า อนติวตฺตนฏฺเน ด้วยความไม่ล่วงเกินกันคือ ด้วยความไม่ล่วงเกินกันและกัน. บทว่า ยุคนทฺธฏฺเน คือ ด้วยความเป็น คู่กัน. บทว่า อุทฺธจฺจํ ปชหโต อวิชฺชํ ปชหโต เมื่อภิกษุละอุทธัจจะ ละอวิชชา ท่านกล่าวด้วยสามารถการละธรรมเป็นปฏิปักษ์ของธรรมนั้น ๆ ของ พระโยคาวจร. อนึ่ง นิโรธในที่นี้คือ นิพพานนั่นเอง. บทว่า อญฺมญฺํ นาติวตฺตนฺติ ไม่ล่วงเกินกันและกัน คือ หากสมณะล่วงเกินวิปัสสนา จิตพึง เป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน เพราะสมถะเป็นไปในฝ่ายหดหู่. หากว่า วิปัสสนา ล่วงเกินสมถะ จิตพึงเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่านเพราะวิปัสสนาเป็นไปในฝ่ายแห่ง ความฟุ้งซ่าน เพราะฉะนั้น สมถะเมื่อไม่ล่วงเกินวิปัสสนาย่อมไม่ตกไปใน ความเกียจคร้าน วิปัสสนาล่วงเกินสมถะ ย่อมไม่ตกไปในความฟุ้งซ่าน สมถะเป็นไปเสมอย่อมรักษาวิปัสสนาจากการตกไปสู่ความฟุ้งซ่าน วิปัสสนา เป็นไปเสมอย่อมรักษาสมถะจากการตกไปสู่ความเกียจคร้าน. สมถะและวิปัสสนา ทั้ง ๒ มีกิจอย่างเดียวกันด้วยกิจคือ การไม่ล่วงเกินกันและกันด้วยประการฉะนี้. สมถะและวิปัสสนาเป็นไปเสมอไม่ล่วงเกินกันและกัน ย่อมทำประโยชน์ให้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka