Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 618

เล่ม มมร. 69 หน้า 618 ข้อ 632
หิริมีภายในเป็นสมุฏฐาน โอตตัปปะมีภายนอกเป็นสมุฏฐาน. หิริมีตนเป็นใหญ่ โอตตัปปะมีโลกเป็นใหญ่. หิริตั้งอยู่ในสภาพที่ละอาย โอตตัปปะตั้งอยู่ในสภาพ ที่กลัว. หิริมีความเคารพเป็นลักษณะ โอตตัปปะมีความเห็นภัยจากความกลัว โทษ. ชื่อว่า หิริพละ เพราะหิรินั้นแล ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยความไม่มีหิริ. ชื่อว่า โอตตัปปพละ เพราะโอตตัปปะนั้นแล ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยความ ไม่มีโอตตัปปะ. ชื่อว่า ปฏิสังขานพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยการไม่ พิจารณา. บทนี้เป็นชื่อของปัญญาเข้าไปพิจารณา กำลังเกิดขึ้นแก่พระโยคาวจร ผู้เจริญโพชฌงค์ ๗ ด้วยความเพียรเป็นหลัก ชื่อว่า ภาวนาพละ. บทนี้ เป็นชื่อของขันธ์ ๔ อันเป็นไปอย่างนั้น. ศีลเป็นต้นอันบริสุทธิ์ ชื่อว่า อนวัชชพละ. สังคหวัตถุ ๔ ชื่อว่า สังคาหพละ. ปาฐะว่า สงฺคเห พลํ กำลังในการสงเคราะห์บ้าง. การอดกลั้นทุกข์ ชื่อว่า ขันติพละ. การยินดี ธรรมกถาของผู้อื่น ชื่อว่า ปัญญัตติพละ. การเพ่งถึงประโยชน์อันยิ่ง ชื่อว่า นิชฌัตติพละ. ความเป็นผู้มากในกุศลทั้งหลาย ชื่อว่า อิสริยพละ. การ ตั้งตามความพอใจในกุศลทั้งหลาย ชื่อว่า อธิษฐานพละ. ประโยชน์ของหิริพละเป็นต้น ท่านกล่าวถือเอาการประกอบโดยความ พิเศษ ด้วยพยัญชนะในบทมาติกาทั้งหลาย. บทว่า สมถพลํ วิปสฺสนาพลํ คือ สมถะและวิปัสสนาอันมีกำลังนั่นเอง. พึงทราบวินิจฉัยในมาติกานิเทศ ดังต่อไปนี้. บทว่า อสฺสทฺธิเย น กมฺปตีติ สทฺธาพลํ ชื่อว่าสัทธาพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวในความ ไม่มีศรัทธา พระสารีบุตรเถระกล่าวถึงอรรถของพละอันเป็นมูลเหตุ แล้วแสดง สัทธาพละนั้นให้พิเศษด้วยปริยาย ๙ อื่นอีก. จริงอยู่ ธรรมใดไม่หวั่นไหว เป็นธรรมมีกำลัง ธรรมนั้นย่อมอุปถัมภ์ธรรมที่เกิดร่วมกัน พระโยคาวจร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka