Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 619

เล่ม มมร. 69 หน้า 619 ข้อ 632
ควบคุมกิเลสอันเป็นปฏิปักษ์ของตนไว้ได้ ชำระศีลและทิฏฐิอันเป็นเบื้องต้น แห่งการแทงตลอดไว้ได้ ยังจิตให้ตั้งมั่นในอารมณ์ ทำจิตให้ผ่องใสให้ผ่องแผ้ว ถึงความชำนาญย่อมให้บรรลุคุณวิเศษ เมื่อบรรลุยิ่งกว่านั้นย่อมให้ทำการ แทงตลอดยิ่งขึ้นไป ครั้นบรรลุอริยมรรความลำดับแล้ว ย่อมให้ทำการบรรลุ สัจจะได้ ย่อมให้ตั้งอยู่ในนิโรธด้วยการบรรลุผลได้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงทำ อรรถแห่งพละให้พิเศษโดยอาการ ๙ อย่าง. ในพละ ๔ มีวิริยพละเป็นต้น ก็นัยนี้. บทว่า กามฉนฺทํ หิรียติ ละอายกามฉันทะ คือพระโยคาวจร ประกอบด้วยเนกขัมมะ ละอายกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ. แม้ในโอตตัปปะก็ นัยนี้เหมือนกัน. แม้การละอายอกุศลทั้งปวงเหล่านี้ ก็เป็นอันท่านกล่าวถึง ความกลัวด้วย. พึงทราบอรรถแม้แห่งบทว่า พฺยาปาทํ เป็นอาทิโดยนัยนี้แหละ. บทว่า ปฏิสงฺขาติ ย่อมพิจารณา คือ พิจารณาโดยความเป็นโทษด้วยความ ไม่หลง. บทว่า ภาเวติ คือย่อมเจริญ. บทว่า วชฺชํ โทษ คือ โทษมีราคะ เป็นต้น. บทว่า สงฺคณฺหาติ ย่อมสงเคราะห์ คือ ย่อมผูก. บทว่า ขมติ ย่อม อดทน คือ พระโยคาวจรนั้นย่อมอดทน ย่อมชอบใจ. บทว่า ปญฺเปติ ย่อมตั้งไว้ คือ พอใจ. บทว่า นิชฺฌาเปติ ย่อมเพ่ง คือ ย่อมคิด. บทว่า วสํ วตฺเตติ ให้เป็นไปในอำนาจ คือ ทำจิตมากในความคิดให้เป็นไปตาม อำนาจของตน. บทว่า อธิฏฺาติ ย่อมอธิษฐาน คือ ย่อมจัดแจง. แม้พละ ทั้งหมดมีภาวนาพละเป็นต้นก็เป็นเนกขัมมะเป็นต้นนั่นแหละ. ในอรรถกถา แห่งมาติกาท่านกล่าวไว้โดยประการอื่น แต่พึงทราบว่าท่านไม่กล่าวถึงอรรถ ไว้ในที่นี้ เพราะปรากฏโดยพยัญชนะอยู่แล้ว. ท่านพระสารีบุตรเถระชี้แจงถึง สมถพละและวิปัสสนาพละโดยพิสดาร ในที่สุดกล่าวบทมีอาทิว่า อุทฺธจฺจ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka