Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 621

เล่ม มมร. 69 หน้า 621 ข้อ 632
แห่งตติยาวิภัตติ เป็น ขีณาสเวน ภิกฺขุนา. บทว่า อนิจฺจโต โดยความ เป็นสภาพไม่เที่ยง คือ โดยความไม่เที่ยงด้วยอาการ เป็นแล้วไม่เป็น. บทว่า ยถาภูตํ คือ ตามความเป็นจริง. บทว่า ปญฺาย ด้วยปัญญา คือ ด้วย มรรคปัญญากับวิปัสสนา ภิกษุขีณาสพเป็นผู้เห็นด้วยดี โดยความเป็นสภาพ ไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยไม่ใช่ตัวตน เพราะมีปัญญานั้นเป็นมูล. บทว่า ยํ เป็นภาวนปุงสก หรือมีความว่า ด้วยเหตุใด. บทว่า อาคมฺม คือ อาศัย. บทว่า ปฏิชานาติ ปฏิญาณ คือ รับทำตามปฏิญาณ. บทว่า องฺคารกาสูปมา เปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง คือ เปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง ด้วยอรรถว่า น่ากลัวมาก. บทว่า กามา คือ วัตถุกามและกิเลสกาม. บทว่า วิเวกนินฺนํ โน้มไปในวิเวก คือ น้อมไปในนิพพาน กล่าวคือความสงัดจาก อุปธิด้วยผลสมาบัติ. จริงอยู่ วิเวกมี ๓ คือ กายวิเวก ๑ จิตตวิเวก ๑ อุปธิวิเวก (สงัดจากกิเลส) ๑. ผู้มีกายตั้งอยู่ในความสงัด ยินดีในเนกขัมมะชื่อว่า กายวิเวก. ผู้ ขวนขวายในอธิจิต ชื่อว่า จิตตวิเวก. บุคคลผู้ไม่มีอุปธิ ปราศจากเครื่องปรุงแต่ง หรือน้อมไปในนิพพานกล่าวคือความวิเวกอันเป็นเครื่องนำออกไป ชื่อว่า อุปธิวิเวก. ความจริง วิเวกมี ๕ อย่าง คือ วิกขัมภนวิเวก ๑ ตทังควิเวก ๑ สมุจเฉทวิเวก ๑ ปฏิปัสสัทธิวิเวก ๑ นิสสรณวิเวก ๑. อนึ่ง บทว่า วิเวกนินฺนํ คือ โน้มไปในวิเวก. บทว่า วิเวกโปณํ คือ น้อมไปในวิเวก. บทว่า วิเวกปพฺภารํ คือ เอนไปในวิเวก. แม้บททั้งสองก็เป็นไวพจน์ของบทก่อน นั่นแหละ. บทว่า วิเวกฏฺํ ตั้งอยู่ในวิเวก คือ เว้นจากกิเลสทั้งหลาย หรือ ไปเสียให้ไกล. บทว่า เนกฺขมฺมาภิรตํ ยินดีในเนกขัมมะ คือ ยินดีใน นิพพาน หรือยินดีในบรรพชา. บทว่า พฺยนฺตีภูตํ สิ้นสูญไป คือ ปราศจาก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka